Category: สังคม

กวาง

กวาง AB normal หนุ่มพันธุ์ดื้อ 

กวาง AB normal

กวาง AB normal ช่วงนั้น ผมเริ่มรักดนตรีและฟอร์มวงเล่นกับเพื่อนจริง ๆ จัง ๆ ผมคิดว่าดนตรีมันเป็น ทางออกทางหนึ่งของการระบายอารมณ์และการแสดงความคิดเห็น บางคนที่ไม่ชอบพูดก็อาจจะ แสดงอารมณ์ออกมาด้วยการวาดรูป การเล่นกีฬา ดนตรีก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ผมเริ่มไปเรียนกีตาร์คลาสสิก ตอน ม . 1 พอขึ้น ม . 3 ก็เป็นมือกีตาร์ของวงที่ฟอร์มขึ้นกับ เพื่อน ๆ ในโรงเรียน พอ ม . 4 นักร้องคนเก่าในวงออกไป ผมก็มาเป็นนักร้อง พอ ม . 5 ก็เข้าประกวด งานดนตรีของโรงเรียนที่ชื่อ เอซี มิวสิกคอนเทสต์ ( A . C . Music Contest )

ตอนนั้น ผมกับเพื่อนใช้ชื่อวงว่า U . F . O . มีกรรมการที่เป็นคนจากในแกรมมี่มาตัดสินวงเราได้ ที่ 1 รวมทั้งรางวัลนักร้องยอดเยี่ยม ถือว่าเป็นเรื่องที่ภูมิใจที่สุดและสะใจด้วย เพราะทุกปีพวกวง โปรเกรสซีฟ ( Progressive ) ที่เล่นดนตรีแนวดรีมเธียเตอร์ ( Dream Theater ) จะชนะ วงพวกนี้จะ โชว์โซโล่กีตาร์อลังการมาก แต่แทนที่จะเล่นกันสนุก ๆ สบาย ๆ เขาจะเครียด เสียงกีตาร์ก็จะสูง มาก ๆ นักร้องก็ร้องไม่ค่อยไหว 

แต่ตอนนั้นพวกเราเล่นเพลงของซิลลี่ฟูลส์กับสี่เต่าทอง ไม่ได้เล่นโชว์มาก แต่เล่นแล้วได้ฟีล พวกที่แพ้ก็โวยวายว่าขายหน้าตา ทะเลาะกันนิดหน่อย แต่อย่างไรก็ชนะมาจนได้ 

เจอแมวแอบมอง ตอนเรียนจบ ม . 6 ผมไปเที่ยวเกาหลีกับพ่อแม่ ในกรุ๊ปทัวร์มีเด็กฝึกงานของบริษัทอราติสท์ ที่เป็นหน่วยจัดหาศิลปินของแกรมมี่ไปด้วย เขาไม่รู้หรอกว่าผมร้องเพลงได้ แต่ตอนนั้นผมทำหัวทอง ดูลุคแรง เขาสะดุดตาและขอถ่ายรูปไว้ แล้วเอารูปผมมาเสนอที่แกรมมี่ โดยที่ผมไม่รู้เรื่อง นึกว่า ถ่ายรูปเฉย ๆ 

ตอนนั้นผมวางแผนชีวิตไว้ว่าจะเรียนสถาปัตย์ฯ ที่พระจอมเกล้าธนบุรีให้จบภายใน 5 ปี พอ เรียนจบก็อาจจะไปเรียนต่อที่เยอรมนี แล้วช่วงปี 4 – ปี 5 ก็อาจจะไปเรียนภาษาไว้ก่อน เพราะผมเคย ไปเที่ยวเยอรมนี้แล้วชอบอะไรหลาย ๆ อย่างในประเทศเขา และสถาปัตย์ของเยอรมันก็ค่อนข้างดัง 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่า บิกินี่ ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

เช็คดวงประจำปี

เช็คดวงประจำปี ชาวราศี พิจิก( 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม  )

                        

          เช็คดวงประจำปี สำหรับไพ่ประจำตัวของชาวราศีพิจิก ในปี 2563 นี้คือ The Tower สำหรับชาวราศีพิจิก ท่านกับจะได้พบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อย่าคาดไม่ถึง  เป็นปีทีชาวราศีพิจิกจะได้พบกับสิ่งใหม่ การเริ่มต้นใหม่ เช่น อาจได้ย้ายบ้านใหม่ ที่ทำงานใหม่ หรือถ้ายังทำงานที่เดิม อาจะมีแววได้เปลี่ยนแผนกงานใหม่  ดังนั้น สำหรับปี 2563 นี้

ชาวราศีพิจิกควรมีการเตรียมตัวเตรียมใจ กับสิ่งใหม่ๆที่จะเข้ามาซึ่งอาจจะเข้ามาทำให้ชีวิตดีขึ้น หรืออาจะจะมีผลทำให้คุณ ต้องคิดหนักบ้าง อย่าตกใจกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น พยายามตั้งสติ และรับมือให้ได้กับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น แล้วคุณจะผ่านมันไปได้ 

          สำหรับเรื่องทางด้านการเงิน ของชาวราศีพิจิก จับได้ไพ่  Page of Pentacles (กลับหัว) ในปี 2563 นี้ จะได้รับผลกระทบกับการเงินเป็นอย่างมาก ต้องมีการวางแผนการใช้จ่ายอย่างประหยัด เพราะการเปลี่ยนแปลในราศีของคุณ จะส่งผลให้การเงินได้รับน้อยลด เช่น เงินเดือนลด รายได้พิเศษไม่มี และที่สำคัญรายได้ลดแต่รายจ่ายยังมีมากขึ้นสวนทางกับรายได้ ดังนั้นในปี 2563 นี้คุณจะเหนื่อยมากกับการหาเงินมาใช้จ่าย ดังนั้นคุณควรวางแผนการใช้เงินตั้งแต่ต้นปี พยายายามอย่าสร้างหนี้เพิ่ม

         สำหรับเรื่องของการงาน  จับได้ไพ่ Page of Wands  ในเรื่องของการงานนั้นคุณจะได้รับมอบหมายให้ทำงานใหญ่  พยายามตั้งใจทำให้ดีเพราะงานเหล่านี้จะเป็นการปูทางให้คุณประสบความสำเร็จในอนาคต ควรมีการเสนองานใหม่ๆให้กับทางหัวหน้างาน  ด้วยช่วงนี้มีดาวของการเปลี่ยนแปลงเข้ามา ชาวราศีพิจิกบางท่าน อาจได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น การถูกลดชั่วโมงการทำงาน หรืออาจถึงขั้นตกงาน แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะดวงดาวของคุณเป็นการเริ่มต้นใหม่ ดังนั้นหากตกงานก็จะสามารถมีงานใหม่มารองรับ เพียงแต่อย่ามัวอยู่เฉย พยายามเรียกขวัญและกำลังใจของตัวเองกลับคืนมา แล้วทำงานให้เต็มที่        

        สำหรับเรื่ององความรักนั้นจับได้ไพ่   Six of Wands ความรักในปีนี้ ยังไม่มีอะไรหวือหวา ไม่มีอะไรน่าสนใจ ถึงแม้จะเจอคนรักใหม่แต่ไม่นานก็ลดความตื่นเต้นลง คนที่เคยเลิกกันไปอาจจะกลับมารักกันอีกครั้ง 

        สำหรับ เรื่องที่ควรระวัง คือให้ระวังเรื่องการพูดจา ใครที่มีความลับอยู่ก็อย่าเปิดเผยมาก เพราะจะสร้างความเสียหายให้กับคุณได้ อย่ามัวยึดติดกับเรื่องเดิมๆ ระวังเรื่องการเสียเปรียบ การคบคน  เปลี่ยนความเสียใจให้เป็นพลังในการต่อสู้กับอุปสรรคแล้วคุณจะผ่านพ้นมันไปได้ ไม่มีใครจะโชคร้ายตลอดเวลา ท่องเอาไว้ชีวิตเราต้องดีขึ้น 

 

 

ขอบคุณ  Gclub ดาวน์โหลด  ที่ให้การสนับสนุน

การกดสิว

การกดสิวดีหรือไม่ อย่างไร ?

การกดสิว เป็นวิธีในการรักษาสิววิธีหนึ่งของทางการแพทย์ ที่จะช่วยทำให้สิวหายได้เร็วขึ้น แต่ต้องทำโดยแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ เพราะหากทำการกดสิวโดยผิดวิธี อาจทำให้เกิดรอยแผลที่ลึกหรืออาจติดเชื้อทำให้สิวมีการอักเสบมากขึ้น และหายยากกว่าเดิม

โดยการกดสิวนี้ แพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมักจะเลือกกดเฉพาะสิวที่มีหัวสิวสีดำ และสีขาว เพราะเป็นสิวที่ค่อนข้างหายเองได้ยาก และทำให้ใบหน้าหมองคล้ำ ส่วนสิวที่มีอาการอักเสบมาก เช่น สิวหัวหนอง แพทย์จะหลีกเลี่ยงในการกดสิวชนิดนี้ออก เพราะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ 

สำหรับผู้ที่ตัดสินใจในการกดสิวแล้ว ควรรู้วิธีการดูแลตนเองหลังการกดสิวเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลังการกดสิวนั้นใบหน้าจะมีรอยแดงในบริเวณที่กดสิวประมาณ 2-3 วัน จึงไม่ควรใช้เครื่องสำอางทุกชนิดในการแต่งหน้าเพราะจะยิ่งทำให้เกิดอาการอักเสบ และเครื่องสำอางก็จะยิ่งลงไปอุดตันในบริเวณที่มีการกดสิว และไม่ควรจับบริเวณใบหน้าบ่อย ๆเพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อจากสิ่งสกปรกได้ นอกจากนี้เพียงแค่ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทากันแดดที่ใช้เป็นปกติก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นผู้ที่ตัดสินใจไปกดสิว หากมีเวลาว่างอยู่กับบ้านสัก 2-3 วัน จะเห็นผลลัพธ์ได้เป็นอย่างดี เพราะใบหน้าไม่ต้องออกไปเผชิญกับฝุ่น และแสงแดดที่จะทำให้มีสิ่งเข้าไปอุดตัน และทำร้ายผิวหน้าที่กำลังบอบบางนั่นเอง

หากไปทำการกดสิวกับแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญไม่มากพอ อาจมีผลข้างเคียงตามมา หากแพทย์ลงน้ำหนักมือในการกดสิวมากจนเกินไปอาจทำให้ใบหน้าเกิดอาการช้ำหรือมีรอยดำได้ และอาจกดหัวสิวออกไม่หมด หลังการกดสิวจึงอาจเกิดสิวขึ้นมาในบริเวณเดิมได้ และอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบมากยิ่งขึ้น  จนอาจถึงขั้นเป็นแผลเป็นจากรอยสิว ทำให้รักษาได้ยาก และใบหน้าดูไม่เรียบเนียน

ดังนั้น การตัดสินใจในการกดสิว ควรเลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ และหมั่นใส่ใจดูแลรักษาผิวหน้าหลังการกดสิว เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากผู้ที่อยากมีใบหน้าที่สดใส ไม่หมองคล้ำจากสิวอุดตัน แต่ไม่อยากกดสิว อาจมีวิธีอื่น ๆที่สามารถทำการรักษาสิวอุดตันบนใบหน้าได้ โดยอาจหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพทาเพื่อรักษาสิวอุดตัน หรืออาจปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาสิวว่ามีวิธีการรักษาอื่น ๆหรือไม่นอกจากการกดสิว ทั้งนี้อยู่ที่การตัดสินใจของบุคคลนั้น ๆเพื่อความสวยงามของใบหน้าของเรา

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

City-Hall

City Hall ย่านฝ่ายปกครองพลเรือน

 

City-Hall หากถามว่าย่านไหนที่ยังคงกลิ่นอายจักวรรดินิยมของเมืองอาณานิคมอยู่บ้าง คำตอบคงเป็นย่าน ซิตี้ฮอลล์และย่านฝ่ายปกครองพลเรือน แห่งนี้อาคารแบบวิกตอเรีย สถานที่ราชการสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษ และสวนสาธารณะเขียวขจีทำให้เป็นย่านคลาสสิกที่สุดของเมือง

ยามบ่ายแก่ๆ เมื่อพระอาทิตย์อ่อนกำลังลง ฉันมักแวะไปนั่งเล่นริมแม่น้ำสิงคโปร์ ชื่นชมความสงบท่ามกลางโลกเก่าและใหม่ที่ร่ายล้อม ย่านนี้มีขนาดกะทัดรัด เพียงสองถึงสามชั่วโมง คุณก็จะรู้จักได้ครบถ้วนหากเท้าทั้งสองยังคงมีกำลัง อาจเดินไปสำรวจต่อได้ที่มาริน่าเบย์ Marina Bay และคลาร์กคีย์ Clarke Quay สองย่านที่ประกบหัวและท้ายของซิตี้ฮอลล์

ANDERW’S CATHEDRAL โบสถ์สีขาวสะอาดสะอ้าน สถาปัตยกรรมนีโอกอทิกปห่งนี้คือศูนย์รวมจิตใจ ใหญ่ที่สุดของคริสต์ศาสนิกชนในสิงคโปร์ ตามประวัติเล่าว่า โบสถ์ถูกสร้างขึ้นใหม่ถึงสามครั้งกว่าจะเป็น St. Andrew’s Cathedral ดังเช่นปัจจุบัน กระจกสีสามบานบริเวณแท่นบูชาเอกเป็นตัวแทนของผู้สร้างสิงคโปร์ยุคใหม่ ได้แก่ เซอร์สแตมฟอร์ด แรฟเฟิลส์ และผู้ว่าการรัฐอีกสองท่าน แม้เราจะนับถือต่างศาสนากัน แต่ความขาวสะอาดของโบสถ์ก็ทำให้ประทับใจได้ไม่น้อย

WAR MEMORIAL PARK สวนสาธารณะเขียวขอุ่มแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Civilian War Memorial อนุสาวรีย์ที่รำลึกถึงความสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บของพลเรือนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยทรงสูงของแท่งคอนกรีต ชาวสิงคโปร์จึงขนานนามอนุสาวรีย์นี้ว่า The Chopsticks หรืออนุสาวรีย์ตะเกียบนั่นเอง เสาสีขาวทั้งสี่ต้นสื่อความหมายถึงสัญชาติของชาวสิงคโปร์ ปัจจุบันเป็นสวนสำหรับหย่อนใจของผู้อยู่อาศัยและเดินผ่านไปมาในละแวกใกล้เคียง

NATIONAL GALLERY SINGAPORE ภายในปี ค.ศ. 2015 เราน่าจะได้เห็นพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งที่โลกต้องบันทึกไว้ ด้วยพื้นที่ของสองอาคารใหญ่ The Old Supreme Court และ City Hall จะทำให้ National Gallery Singapore แห่งนี้รั้งตำแหน่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย ในวันนี้เราเห็นเพียงผ้าคลุมและนั่งร้านก่อสร้าง ที่ทางการกำลังเร่งปรับปรุงรอวันเผยให้โลกได้เห็นพิพธภัณฑ์การแสดงศิลปะวิชวลอาร์ตที่น่าตื่นเต้นอีกแห่งของโลกนี้ ถือเป็นแหล่งความรู้อันสูงด้านศิลปะ

วิธีผ่อนคลาย

วิธีผ่อนคลาย

วิธีผ่อนคลาย หลายๆคนอาจจะมีความเครียดต่างๆ ไม่ว่าจะจากการทำงานของเรา เกิดจากการเรียน การศึกษาของเรา ทุกคนต่างมีความเครียดของตัวเองกันทั้งนั้น แต่สิ่งที่เรานั้นจะสามารถคลายเครียดและทำให้เรานั้น รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น มีหลายวิธีอยู่ ฉะนั้นการผ่อนคลายของแต่ละคนก็จะมีความแตกต่างกันไป เพราะแต่ละคนนั้น มีวิธีผ่อนคลายไม่เหมือนกัน ฉะนั้นเราก็จะเห็นได้ว่าแต่ละคนจะมีวิธีของตัวเอง ในการผ่อนคลายจากความเครียดสะสมเหล่านี้ได้ ด้วยตัวของเราเอง

วิธีผ่อนคลาย

 

เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า ทุกช่วงเทศกาลหรือวันหยุดนั้น จะมีคนนิยมมาเที่ยวที่ทะเล น้ำตกหรือสถานที่ที่มีความเป็นธรรมชาติ เพราะว่ามันจะทำให้เรานั้น รู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น รู้สึกคลายเครียดมากยิ่งขึ้น เพราะการที่เรานั้นได้อยู่กับธรรมชาติมากๆ จะทำให้เรานั้นรู้สึกสมองโล่ง ผ่อนคลายรับออกซิเจนที่บริสุทธิ์ ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าจะมีคนนิยมมาทะเลเยอะอย่างมาก แต่บางคนอาจจะชอบกิจกรรมที่ลุย

เพราะนอกจากจะได้พักผ่อนตามที่เราต้องการแล้ว ยังได้ความสนุกสนานท้าทายอีกด้วย ปีนเขาบ้าง ดำน้ำบ้าง ตั้งแคมป์ไฟบ้าง บางคนอาจจะชอบการเที่ยวแบบนี้มากกว่า เพราะได้ทำกิจกรรมอย่างสนุกสนาน ไปพร้อมกับการพักผ่อนของเราด้วย ฉะนั้นเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าแต่ละคนนั้น จะมีสิ่งที่ทำให้ตัวเองคลายเครียดได้ บางคนอาจจะแค่เล่นเกมก็รู้สึกผ่อนคลายแล้ว บางคนแค่ต้องการนอนเยอะๆ บางคนแค่ต้องการทำสปา นวดตัว เสริมสวยความงาม ก็รู้สึกว่าตัวเรานั้น

ได้พักผ่อนแล้ว วิธีการผ่อนคลายของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันอย่างมาก ฉะนั้นเราจะเห็นอย่างชัดเจนเลย วิธีผ่อนคลายของแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง ฉะนั้นเราจะรู้ตัวเองว่าต้องการอะไร ถึงจะรู้สึกว่าเรานั้นได้ผ่อนคลายแล้ว

ฉะนั้นเราเองจะสามารถรู้ตัวเราเองได้ว่าต้องการอะไร ในการพักผ่อนของเรา ฉะนั้นการที่เรารู้ว่าตัวเองนั้น จะสามารถผ่อนคลายได้ด้วยวิธีไหน ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในการผ่อนคลายของเรามากที่สุด ถ้าหากว่าหลายๆคน ไม่รู้ว่าเราควรจะพักผ่อนแบบไหนดี ถึงจะคลายเครียดได้เป็นอย่างดี เราขอแนะนำว่าเป็นสถานที่ธรรมชาติ

เพราะว่าจะทำให้เรารู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น ทำให้เรารับอากาศที่บริสุทธิ์ จะได้รู้สึกว่าเรานั้นได้ปลดปล่อยอะไรหลายๆอย่างออกไป ฉะนั้นการแนะนำไปสถานที่นี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ได้อยู่กับธรรมชาติเยอะๆ เพื่อให้เรานั้นรู้สึกสบายทั้งใจ ทั้งผ่อนคลายด้วย

เพชรหรืออัญมณี

เพชรหรืออัญมณีที่ยังคงเป็นปริศนามาอย่างยาวนาน

เพชรหรืออัญมณี ที่ยังคงเป็นปริศนามาอย่างยาวนาน

( 1 )Philosopher s stone

เชื่อกันว่าPhilosopher s stoneหรือศิรานักปราชญ์ นั้นเป็นสสารการแปลธาตุอันที่เป็นตำนาน ซึ่งก็ได้กล่าวกันว่ามีความสามารถที่จะเปลี่ยนโลหะฐาน เช่น ตะกั่ว กลายมาเป็นทองคำ หรือ เงิน ได้ และนอกจากนี้ได้บางครั้งก็ยังได้เชื่อกันว่าได้เป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วยสามารถมีประโยชน์ที่จะทำให้ได้กลับมาเป็นหนุ่มสาวและถึงขั้นในความเป็นอมตะได้เวลานานหลายศตวรรษที่มันเป็นเป้าหมายในการแปลธาตุในการที่จะแสวงหามากที่สุดในการเล่นแร่แปลธาตุในทางทิศตะวันตกศิรานักปราชญ์ ได้เป็นสัญลักษณ์ใจกลางของการเล่นแร่แปลธาตุ

โดยเป็นสัญลักษณ์ในความแสดงความสมบูรณ์แบบที่ได้มีความดีเลิศมากที่สุดการเห็นแจ้งและความสุขสำรานปลานสวรรค์และยังได้เชื่อกันว่าศิรานักปราชญ์นั้นได้มีคุณสมบัติทางเวทมนต์อยู่หลายอย่างคุณสมบัติที่ได้มีการกล่าวคานไปอย่างกว้างแขวงมากที่สุดก็คือความสามารถในการที่จะเปลี่ยนโลหะฐานให้กลายเป็นทองคำหรือเงินและความสามารถได้การรักษาความเจ็บป่วยในทุกๆประเภคและในการต่อชีวิตให้ยืนยาวหากผู้ใดที่ได้รับการบริโภคศิรานักปราชญ์ส่วนหนึ่งและยังมีคุณสมบัติอื่นๆเช่นการสร้างตะเกียงที่ลุกไหม้ชั่วการรามาประสารการที่เปลี่ยนผนึกธรรมดาให้ได้กลายมาเป็นอัญมณีที่มีค่าและเพชรและยังรวมไปถึงในการที่จะชุบชีวิตของพืชที่ได้ตายไปแล้ว

( 2 )เพชรตาแมวได้เป็นเพชรอัญมณีที่ลึกลับ

เพชรตาแมวซึ่งได้เกิดจากตาต้อหินและในส่วนข้างใดที่ได้เป็นนั้นก็จะมีน้ำเลี้ยงไหลออกมาตลอดเวลาแต่แมวนั้นก็จะไม่มีความเจ็บป่วยแต่อย่างใดแต่ในข้างที่เป็นต้อนั้นก็จะไม่สามารถที่จะมองเห็นได้และเมื่อในเวลาที่แมวนั้นได้มีการเสียชีวิตแล้วตาข้างหนึ่งที่ได้เป็นต้อนั้นมันก็นะจมีความแข็งเหมือนกับก้อนหินหรือที่เรียกกันว่าเพชรตาแมว ซึ่งแมวสีสวาดหรือแมวตาเพชรที่จัดว่าได้มีการหาได้ค่อยข้างที่จะยากเอามากๆด้านตาเพชรทั้งสองข้างของแมวชนิดนี้จะเป็นแก้วหรือเพชรใสที่เป็นแมวตาเพชรและหลังจากที่มันได้ตายแล้วมันก็จึงได้กลายมาเป็นเพชรตาแมวและถึงแม้ว่าร่างกายนั้นจะมีความเน่าไปเป็นเวลานาน10 – 20 ปี

แต่ในตาเพชรนั้นก็จะยังคงใสยิ่งไปกว่าเพชรเสียอีกโดยลักษณะของเพชรตาแมวนั้นสามารถที่จะแบ่งได้ตามนี้ 1 จะมีลักษณะที่คล้ายกับหินอ่อนหรือบางเม็ดนั้นก็จะมีสีขาวขุ่นใสขุ่นดำขุ่นและยังเชื่อกันว่าแมวมีชีวิตอยู่เมื่อมองเหยื่อนานๆเหยื่อประเภคจิ้งจกนกหนูก็จะแพ้ได้ตาแมวและตกลงมาเป็นอาหารแมวโดยที่แมวนั้นไม่ต้องไปทำอะไร 2หินใสส่วนมากจะเป็นตาเพชรข้างเดียวมีความใสปนขุ่นมีขนาดลูกแก้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

สังคมโรงงาน

สังคมโรงงานชั่งน่าเบื่อ

              สังคมในโรงงานที่เรามักจะเจอนั้นเป็นสังคมที่มีพฤติกรรมของการนินทาเก่งเป็นที่หนึ่ง

สังคมโรงงาน ในความคิดส่วนตัวของเรา เราก็อยากทราบเหมือนกันนะว่าพวกเขาทำไมถึงมีพฤติกรรมเช่นนั้น 

จากที่เราเคยสัมผัสบุคคลเหล่านี้มา พบว่าในทุกๆเช้าของวันทำงานพวกเขาจะเริ่มคุยกันด้วยการเม้าท์มอย บางคนก็แทบจะไม่เอ่ยถามสวัสดีในตอนเช้ากันด้วยซ้ำ หรือไม่มีการถามไถ่สาระทุกข์ของอีกฝ่ายเลยแหละ แต่พอเจอหน้ากันก็มีการเม้าท์มอยกันในเรื่องของคนอื่นเลย ทำให้เรารู้ว่าในสังคมที่เป็นแบบนี้ไม่ว่าจะในโรงงานหรือที่ไหนๆเราก็จะเจอคนพวกนี้เยอะเป็นที่สุด

บางคนเห็นวันทั้งวันเอาแต่นินทากัน ไม่ยอมทำงานทำการเผลอคือต้องนินทา สังคมประเภทนี้ไม่ว่าจะที่ไหนๆก็คงเจอเหมือนกับที่เราได้เจออยู่ทุกวัน หากเราทำตัวเด่นเกินไปก็มีแต่คนนินทา เด่นในณะที่นี้ก็คืองานหรือนิสัยที่แตกต่างบุคคลอื่นโดยรวม ทำให้จะมีคนเอาไปนินทาให้ร้าย ดังนั้นการทำงานในกลุ่มที่ไม่ว่าจะเป็นสังคมของโรงงาน พนักงานอฟฟิต หรือแม้แต่สังคมแม่บ้าน ก็จะโดนนินทาได้ทุกเมื่อ

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

คุณทราบหรือไม่ว่ากลุ่มที่นินทาเหล่านี้ พวกเขามักจะมีอยู่ในทุกๆกลุ่มที่เรามักจะเจอในแต่ละวัน อาทิเช่น

สังคมวงไพ่ ใครว่ากลุ่มวงไพ่จะไม่มีการเม้าท์หรือนินทา สังคมนี้เป็นการใช้สมองแต่ปากก็เที่ยวเม้าท์และนินทาคนอื่นไปเรื่อย ยิ่งอยู่ด้วยกันทั้งวันอย่างนั้นแล้ว บางทีก็นินทากันเอง สังคมในกลุ่มวงไพ่แบบนี้ พวกเขาจะมีเรื่องเม้าท์ชาวบ้านทุกวัน และใครๆก็จะมาโดนเม้าท์โดนต่อว่าหรือใส่ไฟมากที่สุด

สังคมโรงงาน เป็นสังคมที่ขาดไม่ได้กับการนินทาว่าหรือให้ร้ายผู้อื่น เรียกว่าสังคมโรงงานเหล่านี้มีทุกเรื่องครบรสเช่นกัน อาทิเช่น ใส่ความ อิจฉา เห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้ และยิ่งสังคมโรงานขึ้นชื่อสุดก็ในเรื่องของการเป็นชู้กัน เพราะบุคคลเหล่านั้นเจอกันที่ทำงานทุกวัน และคิดว่าคงไม่มีใครรู้หรือคนที่บ้านไม่มีทางรู้ได้อย่างแน่นอน จึงกระทำเรื่องที่ผิดได้อย่างง่าย ส่วนใหญ่คนในสังคมโรงงานนั้นจะเป็นเด็กที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ดังนั้นการที่พวกเขาจะไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีนั้นก็คงเป็นไปได้ยากเช่นกัน และยิ่งพวกที่มีอายุน้อยในสมัยนี้ก็เป็นคนที่ไม่

 

สนใจในสัจจะธรรมเลยสักนิด ทำให้เรียกว่าเอาใจตัวเองเป็นหลักขาดความยั้งคิดและขาดสติในการคิด จึงทำให้เป็นต้นเหตุในเรื่องของการนินทา และสังคมโรงงานเหล่านี้ก็มีเรื่องนินทาเยอะกว่าสังคมอื่นๆที่เราเคยเจอมาอีกด้วย