หมวดหมู่: สังคมทั่วไป

น้ำมันปาล์มขวด ขายแพงขึ้นทำให้กระทรวงพานิชย์จำเป็นต้องตรวจสอบ 

            ตลอดระยะเวลาภายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  น้ำมันปาล์มขวด ขายแพงขึ้น จะเห็นได้ว่าราคาการขายของน้ำมันปาล์มที่บรรจุขวดนั้นมีการปรับราคาขายสูงขึ้นเพราะโดยปกติแล้วจะเห็นได้ว่าหากเรามีการไปซื้อน้ำมันปาล์มจากร้านค้าทั่วไปราคาขายจะอยู่ที่ประมาณขวดละ 39 บาทเพียงเท่านั้น  

         แต่ในขณะนี้ราคาการขายน้ำมันปาล์มขวดนั้นเพิ่มขึ้นเป็นราคา 44 ถึง 46 บาท และที่สำคัญในขณะนี้ร้านค้าปลีกหลายร้านให้มีการกำหนดการซื้อน้ำมันปาล์มขวดโดยมีการจำกัดจำนวนการซื้อสำหรับผู้ซื้อได้ไม่เกินที่ทางร้านกำหนดไว้ซึ่งแต่เดิมนั้นการซื้อขายน้ำมันปาล์มขวดนั้นสามารถซื้อในปริมาณที่เท่าไหร่ก็ได้โดยไม่มีการจำกัดจำนวนปริมาณการซื้อ

         เมื่อมีเหตุการณ์ราคาน้ำมันปาล์มขวดมีการปรับตัวสูงขึ้นพร้อมทั้งยังมีการจำกัดจำนวนการซื้อส่งผลทำให้กระทรวงพาณิชย์จำเป็นต้องออกมาทำการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องของราคาน้ำมันปาล์มว่ามีความผิดปกติอย่างไรหรือไม่ซึ่งเบื้องต้นนั้นทางด้านกระทรวงพาณิชย์ก็ได้มีการลงพื้นที่ไปยังร้านขายของปีกต่างต่างว่าจะมีโอกาสตุนสินค้าหรือสต๊อกสินค้าเพื่อหาผลประโยชน์ในช่วงราคาน้ำมันปาล์มขวดมีการปรับราคาสูงขึ้นหรือไม่ 

        และจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นนั้นไม่พบข้อมูลว่าทางร้านค้าปลีกมีการสต๊อกสินค้าแต่อย่างใดแต่ราคาที่มีการปรับเพิ่มมากขึ้นในการขายน้ำมันปาล์มขวดนั้นมีการเพิ่มราคาจริงอย่างที่ประชาชนได้เข้ามาร้องเรียนซึ่งทางด้านกระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบแล้วพบว่าที่น้ำมันปาล์มขวดมีการปรับราคาขึ้นนั่นก็เพราะว่าในช่วงเวลาเดือนนี้เป็นช่วงรอยต่อของฤดูกาลในการผลิตผลปาล์มดิบ 

        ทำให้ตลาดการซื้อขายปลาดิบนั้นมีการปรับราคาเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะก่อนหน้านี้ราคาซื้อขายปาล์มดิบจากกลุ่มพ่อค้าชาวเกษตรกรทั้งหลายได้มีการซื้อขายกันอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 3 บาทถึง 3 บาท 50 สตางค์เพียงเท่านั้นแต่ในตอนนี้ราคาปาล์มดิบมีการขายอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 7 บาทจึงทำให้โรงงานที่รับซื้อปาล์มดิบเพื่อไปทำการผลิตปาล์มน้ำมันบรรจุขวดนั้นต้องมีการปรับราคาการขายน้ำมันปาล์มขวดให้แพงขึ้นนั่นก็เพราะว่าวัตถุดิบที่ซื้อในการผลิตนั้นมีราคาที่สูงขึ้นนั่นเอง

       อย่างไรก็ตามทางด้าน กรมการค้าภายในได้ออกมาพูดถึงเรื่องของราคาน้ำมันปาล์มขวดที่มีการปรับราคาแพงขึ้นว่าจะมีผลเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆเพียงเท่านั้นเนื่องจากว่าเป็นช่วงรอยต่อและเป็นช่วงที่ราคาปาล์มดิบนั้นปรับราคาสูงซึ่งหลังจากนี้ไปก็จะมีการลดราคาลงมาและขายในราคาปกติอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.  sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท

นิทานอธิบายเหตุ

หลายคนเคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมเราถึงมองไม่เห็นความตายคุณเคยอยากรู้คำตอบของคำถามนี้กันไหมเชื่อว่าไม่มีใครอยากรู้หรอกแล้วก็ไม่มีใครอยากนึกถึงด้วยแต่หลายคนพอถามมาแล้ว นิทานอธิบายเหตุ บางคนก็อาจจะคิดตามประมาณว่ามันเป็นเรื่องไหนดีเรื่องนั่นเรื่องนี้

 

แต่จริงๆแล้วเรื่องราวในโลกใบนี้มีความอธิบายมากมายหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับ  นิทานอธิบายเหตุ  ความตายเพราะอะไรเพราะว่าคนในสมัยโบราณเวลาที่เขานั้นไม่รู้อะไรสักอย่างหรือว่าเขาเจอเหตุการณ์ที่เหนือธรรมชาติหรือว่าเหตุการณ์อะไรที่ว่าเขาควบคุมไม่ได้เขาก็จะพยายามแต่งนิทานแต่งตำนานแต่งอะไรมาเพื่ออธิบายเหตุสิ่งนั้น

ซึ่งแน่นอนว่าเราคงไม่ได้มาตอบแบบทางวิทยาศาสตร์

ว่าเราไม่เคยเห็นความตายเพราะว่าความตายมันมีความหนาแน่นกว่าอากาศแบบนี้คงไม่มีวิทยาศาสตร์ทุกวันนี้ยังคงหาคำตอบแบบนี้ไม่ได้ดังนั้นคำตอบของเราในวันนี้จะมาเป็นนิทานอธิบายเหตุ

ถ้าพูดถึงความตายเราต้องบอกก่อนเลยว่าเรื่องความตายนั้นมันเป็นเรื่องสากลของเราทุกคนอยู่แล้วที่จะต้องตายดังนั้นคนสมัยโบราณชาติต่างๆก็พยายามอธิบายในคำตอบของตัวเองไปต่างๆนานาเต็มไปหมดนิทานในวันนี้ที่เราจะนำเอามาเล่าให้อ่านกันก็จะเป้นคำตอบจากเนปาล

โดยความเก๋ของชาวเนปาลคืออะไรชาวเนปาลอยู่ใกล้กับอินเดียใช่ไหมดังนั้นมีความเชื่อแบบฮินดูเข้าไปผสมด้วยเราก็จะเห็นเทพที่เราคุ้นเคยต่างๆเข้าไปอยู่ในนี้อย่างไรก็ดีเช่นเดิมก็เหมือนกับตำนานทั่วๆไปนิทานเรื่องนี้ก็จะมีหลากหลายเวอร์ชันรวมไปถึงนิทานของเวตาลที่เราจะนำเอามาเล่าความตายในวันนี้ด้วยก็มีหลากหลาย

 

เพราะฉะนั้นแล้วในแต่ละเวอร์ชันมันก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่าง

ไม่เหมือนกันสาเหตุที่ทำให้เรามองไม่เห็นความตายเริ่มมาจากชายแก่คนนึงเท่านั้นชายแก่คนนี้เขาก็เป็นคนยากจนที่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทเขาดำรงชีวิตด้วยการตัดฟืนขายทุกๆวันนี้เขาก็จะออกไปตัดฟืนๆแล้วก็แบกกลับบ้านมาเอาไปขายทำอะไรได้หลายอย่าง

นอกจากนี้ชายแก่ก็เดินทางไปตัดฟืนตามปกติในระหว่างนั้นเขาก็คิดได้ว่าทำไมเราถึงได้ใช้ชีวิตยากจนแบบนี้ด้วยถ้าเราตัดฟืนได้มากกว่าเดิมเราขนฟืนกลับบ้านได้มากกว่าเดิมเราก็จะขายฟืนได้มากกว่าเดิมเราก็จะได้รวยเราจะได้มีชีวิตในความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ดังนั้นพอคิดได้แบบนั้นแล้วชายแก่ก็ตั้งหน้าตั้งตาตัดฟืนเสร็จแล้วนำเอากองฟืนทั้งหมดที่เยอะกว่าปกติหลายเท่าแบกขึ้นบ่าแล้วก็ออกเดินไป

 

สนับสนุนโดย.  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

สิ่งที่คุณ ไม่ควรทำในการออกเดต เป็นครั้งแรก

คุณเคยเจอประสบการณ์แบบนี้มั้ยเวลาที่คุณคุยกับใครสักคนเนี่ย จะเห็นได้ว่าคุยกันในตอนแรกๆเนี่ยมันก็ดูไปได้สวยนะ มันก็ดูดีนะแต่พอหลังจากนั้นไปเดตกันครั้งแรกหลังจากนั้น ไม่ควรทำในการออกเดต เขาก็ไม่คุยกับคุณต่ออีกเลยจากนั้นคุณก็โดนเทโดยที่ตัวของคุณเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำนะว่ามันเป็นเพราะอะไร

ถ้าหากว่าคุณเคยเจอเหตุการณ์ณืแบบนี้นะวันนี้เราจะมาบอกกันนะว่าสิ่งที่คุณไม่ควรที่จำทำในตอนเดตแรกเนี่ยมันมีอะไรบ้าง ไม่ควรทำในการออกเดต  เพราะถ้าหากว่าคุณทำสิ่งเนี่ยคุณก็มีโอกาสสูงมากที่คุณนั้นจะโดนเทได้เลยนะ เราต้องบอกเลยนะว่าสิ่งที่เราจะเอามาบอกนั้นไม่ใช่แค่ผู้ชายหรือว่าผู้หญิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนะ

งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าสิ่งที่คุณไม่ควรที่จะทำตอนเดตแรกนั่นก็คือ

คุณห้ามไปเดตสาย

ทำไมเรื่องนี้ถีงสำคัญมันไม่ใช่เรื่องงานสักหน่อย ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนสักหน่อย แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าคนเราเนี่ยนะ ตอนที่เรายังไม่ได้สนิทกันมากหรือรู้จักกันมากเนี่ยคุณสามารถถูกตัดสินได้ง่ายมากๆเลยนะ และการที่คุรไปเดตสายเนี่ยถึงแม้ว่ามันจะไม่ใชเรื่องที่ต้องรีบร้อนอะไร เร่งด่วนอะไร แต่ว่ามันก้สามารถเป็นตัวบ่งบอกได้แล้วว่าคุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มากพอ

ซึ่งแน่นอนนะว่ามันมีโอกาสที่คู่เดตของคุณเขาจะมองได้ว่าขนาดเรื่องเวลามาเดตยังไม่ให้ความสำคัญเลย นับประสาอะไรกับเรื่องอื่นๆและแน่นอนนะว่า เฟริส อิมเพรสชั่น มันจะไปในทางลบนะ ตั้งแต่คุณยังไม่เจอหน้าเขาเลย เพราะฉะนั้นให้ความสำคัญกับเรื่องของเวลาให้มากๆนะ

เพราะมันเป็นตัวบ่งบอกให้กับเขาด้วยนะว่าคุณก็ให้ความสำคัญกับเขาเช่นเดียวกันเพราะฉะนั้นห้ามไปสายเดตแรกนะจ๊ะ

คุณห้ามติดโทรศัพท์เกินไป

สิ่งที่คุณห้ามทำในเดตแรกเรื่องต่อไปนั่นก็คือคุณห้ามติดโทรศัพท์มากเกินไป แน่นอนนะว่าคุณสามารถที่จะหยิบมาเช็คได้บ้าง หยิบมาตอบบ้างอะไรบ้าง มันโอเคนะ แต่ถ้าหากว่าคุณเล่นจริงจังเลยคุณไม่สนใจคนที่อยู่ตรงหน้าของคุณเลย

อันนี้จะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะการที่คุณไปเดตกับคนๆนึงเนี่ยสิ่งที่คุณควรที่จะสนใจมากที่สุดไม่ใช่โทรศัพท์ของคุณ ซึ่งคุณอาจจะเขิน อาย หรือไม่กล้าพูดคุยกับเขา แต่ว่าการที่เล่นโทรศัพท์เพื่อลดความเขินอาย มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเอาเสียเลย เพราะเขาอาจจะมองได้ว่าคุณเป็นคนที่ไม่มีมารยาท เพราะฉะนั้นถ้าอยากเล่นโทรศัพท์ก็ไม่ควรที่จะนัดเดตดีกว่า

 

สนับสนุนโดย    ufabet ฝากเงิน ออโต้

วิธีไม่ยึดติดกับคนๆหนึ่งมากจนเกินไป

เราอยากจะบอกว่าการที่คุณนั้นยึดติดกับคนๆหนึ่งมากจนเกินไปเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรนะและมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรอีกด้วย แต่ว่าการที่คุณนั้นยึดติดเนี่ยมันจะทำให้ตัวคุณนั้นเสียอิเนจี้กับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง คุณจะเหนื่อยทั้งๆที่คุณยังไม่ได้ทำอะไรเลย 

เพราะว่าคุณจะคิดจนคุณเหนื่อยซึ่งแน่นอนนะว่าเนี่ยมันคือปัญหาเพราะว่าเราเชื่อว่าคนที่คุณยึดติดกับเขาเนี่ยเขาไม่ได้สนใจคุณสักเท่าไหร่เพราะไม่เช่นนั้นมันก็คงจะไม่ใช่ปัญหา และแน่นอนนะครับว่าการที่คุณนั้นได้ไปยึดติดกับคนที่เขาไม่ได้สนใจคุณมันจะทำให้คุณนั้นเสียเวลา

และอาจจะเสียพลังงานกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าวิธีการทำให้เราเนี่ยไม่ต้องยึดติดกับคนๆนึงมากจนเกินไปมันจะต้องทำอย่างไร ซึ่งอย่างแรกเราเองอยากจะบอกว่าการที่เรายึดติดกับคนๆหนึ่งมากจนเกินไปมันเป็นเพราะว่าเราอยู่ในโหมดขาดแคลน

เราดันไปคิดว่าเขาเนี่ยเป็นช้อยเดียวที่เรามีเราดันไปคิดว่าเราไม่สามารถหาคนที่ดีแบบเขาได้ เราดันไปคิดว่าคนแบบเขาเนี่ยจะมีคนเดียวบนโลกเท่านั้นเราถึงตัดเขาทิ้งไปไม่ได้เพราะว่าเขานั้นก็สำคัญ กับเรามากที่สุด เพราะว่าเราไปยึดติดอย่างนี้นี่ไง เราจึงไม่เป็นอันทำอะไรเลย สนใจแต่เขาทั้งวันมันเลยทำให้คุณต้องอยู่ในหมวดขาดแคลนเพราะคิดว่าคุณไม่สามารถหาคนแบบเขาได้แล้ว 

ถ้าหากคุณอยู่ในโหมดเหลือเฟือ คุณรู้หรือไม่ว่าคนที่อยู่ในหมวดเหลือเดือนนึงเขาจะคิดว่า ก็แค่เพียงคนคนนึงแหละ ถ้าหากว่าคนคนนี้ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขได้ไม่ได้ทำให้เรารักตัวเองได้มากพอ ไม่เห็นคุณค่าของเรา เราไปหาคนอื่นก็ได้ไม่เห็นต้องมาแคร์คุณคนเดียว สำหรับคนที่คิดเช่นนี้อยู่ในโหมดของคนที่เหลือเฟือนั่นแหละ และบุคคลที่อยู่ในโหมดเหลือเฟือเนี่ย จะไม่ยึดติดอะไรกับใครเลย 

เพราะเขารู้ว่าตัวของเขา มีคุณค่าและคู่ควรกับอะไร ที่เราพูดมันไม่ได้ยินบอกว่าให้คุณเจ้าชู้นะ คุยเยอะหรืออะไรนะ แต่ว่าหมดเหลือเฟือที่เรายกตัวอย่างมานี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องภายนอกเท่านั้น แต่ว่ามันคือเรื่องภายในจิตใจของคุณต่างหาก มุมมองของคุณต่างหาก ถ้าหากว่าคุณเป็นคนเหลือเฟือนะต่อให้ตอนนั้นคุณไม่มีใครคุยอยู่เลยก็ตาม แต่ว่าคุณเป็นคนที่ มันไม่ทำให้คุณมีความสุขคุณก็จะสามารถเอาออกมาได้อยู่ดี

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    Ufabet เข้าสู่ระบบ

อินโดนีเซียประกาศย้ายเมืองหลวง

ประเด็นการย้ายเมืองหลวงมีการพูดกันหลายประเทศเมื่อมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจความแออัดการจราจรที่ติดขัดพื้นที่ที่จำกัดรวมถึงปัญหาต่างๆที่รุมเล้าเข้ามาก็เลยกลายเป็นประเด็นให้หลายๆประเทศตัดสินใจที่จะอยู่หรือย้ายเมืองหลวงบางประเทศย้ายเมืองหลวงไปค่อนข้างไกลห่างกัน400กิโลเมตร

โดยบ้างประเทศย้ายเมืองหลวงกลับไปถึงพันกิโลเมตรก็มีก่อนที่เราจะไปเจาะว่าทำไมอินโดนีเซียถึงตัดสินใจย้ายเมืองหลวงอีกครั้งเพราะก่อนหน้านี้ก็เคยย้ายมาแล้วมาดูประเทศที่เขาย้ายเมืองหลวงไปทั่วรอบครึ่งศตวรรษกันดีกว่าอย่างเช่น บารซิล ก็ย้ายเมืองหลวงตั้งแต่ปี1960จากรีโอเดจาเนโรไปที่บารซิเลีย

เพราะฉะนั้นหลายคนถ้าบอกว่ารีโอเดจาเนโรยังเป็นเมืองหลวงอยู่อันนี้เชยมาก ปากีสถานในปี1967 ก็ย้ายจากกรุง การาจี มาที่อิสลามาบัด หรือว่า โกตดิวัวร์ปี1983ก็ย้ายจากอาบีจานไปยังยามูซูโกรหลายคนบอกที่ไหนว่า ไนจีเรียปี1991ย้ายจากลากอสไปที่อาบูจา คาซัคสถานปี1997ย้ายจากอัลมาตีไปที่อัสตานา เมียนมาปี2005ย้ายจากย่างกุ้งไปที่เนปยีดอ

ซึ่งพม่าเพื่อนบ้านหลายคนคงทราบแล้วว่าย่างกุ้งย้ายไปที่กรุงเนปีดอหรือเนปยีดอออกเสียงยากเหมือนกันล่าสุดกลายมาเป็นประเด่นอีกครั้งเมื่อประธานาธิบดีอินโดนเซียได้ออกมาแถลงผ่านสื่อเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าอินโดนีเซียตัดสินใจแล้วว่าจะย้ายเมืองหลวงอย่างเป็นทางการ

เพราะว่าพื้นที่แห่งนี้มีความเสี่ยงน้อยที่จะเกิดภัยธรรมชาติเพราะว่าห่างไกลจากแนวของภูเขาไฟแล้วก็ไม่มีแผ่นดินไหวจาก จาการ์ตาเมืองหลวงปัจจุบันของอินโดนีเซียที่ได้ตั้งอยู่บนเกาะชวาแต่ว่ากาลีมันตันอยู่ที่ตะวันออกแล้วก็ตั้งอยู่บนเกาะอีกแห่งก็คือเกาะบอร์เนียว

โดยที่เกาะบอร์เนียวต่างจากเกาะชวามากเป็นเกาะที่จะต้องแชร์พรมแดนกับอีก2ประเทศในอาเซียนั่นก็คือ บรูไน มาเลเซียคือพื้นที่ส่วนใหญ่ทางเหนือจะเป็นของมาเลเซียส่วนบรูไนเขาก็จะมีแค่เพียงเสียวเล็กๆอยู่ด้านบนในขณะเดียวกันภาคกลางและภาคใต้ทั้งหมดเป็นของอินโดนีเซียตรงนี้แหละที่เรียกว่ากาลีมันตันและจะกลายมาเป็นเมองหลวงใหม่ของจาการ์ตา

ดังนั้นในตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะมีการตั้งชื่อเมืองหลวงใหม่ว่าอะไรแต่รู้ว่าจะอยู่แถวจังหวัดกาลีมันตันตะวันออกอยู่ระหว่างภูมิภาคที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาสองแห่งทั้งนี้ทั้งนั้นเมืองหลวงใหม่คาดว่าน่าจะอยู่ห่างจากกรุงจาการ์ตาประมาณ1,400กิโลเมตรใช้เวลาจากการเดินทางจากกรุงจาการณ์ตาด้วยเคร่องบินประมาณ2ชั่วโมงเรียกได้ว่าไกลกว่ากรุงเทพเชียงใหม่มากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่า sa gaming

ปัญหามือที่สาม ปัญหาที่ไม่มีทางจะหมดไปจากสังคมไทย 

           สังคมไทยในทุกวันนี้จะเห็นได้ว่ามักจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับมือที่ 3 เกิดขึ้นมามากมายซึ่งแน่นอนว่าในแต่ละวันนั้นปัญหาที่ภรรยาสามีทะเลาะกันเนื่องจากว่าภรรยาจับได้ว่าสามีนอกใจหรือแม้แต่บางครั้งเป็นตัวสามีเองที่จับได้ว่าแฟนนอกใจไปมีคนอื่นนั้นมักจะมีให้เห็นอยู่ทุกวันซึ่งบางครั้งก็เป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตแต่บางครั้งก็ไม่ได้เป็นข่าวแต่เราก็รู้กันดีว่าในสังคมไทยในปัจจุบันนั้นมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการนอกใจกันเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งนั้นเอง

        ในสมัยอดีตกาลนั้นครอบครัวคนไทยนั้นสามีมักจะมีภรรยาได้หลายคนเนื่องจากว่าเป็นความยินยอมพร้อมใจกันทั้ง 3 ฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายภรรยาหลวงหรือฝ่ายภรรยาใหม่ที่เข้ามาอยู่ในครอบครัวและตัวสามีเองจึงทำให้ในสมัยรัชกาลถึงแม้ว่าสามีจะมีภรรยาหลายคนแต่ก็ยังสามารถอยู่ด้วยกันอย่างรักใคร่ปรองดองกันดี

       แต่ภายหลังเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปผู้หญิงมีสิทธิและเห็นคุณค่าของตนเองมากยิ่งขึ้นจึงมักจะไม่ยินยอมให้สามีนั้นมีภรรยามากโดยต้องการให้มีตนเองเป็นพยานเพียงคนเดียวเท่านั้นซึ่งแน่นอนว่าความคิดนี้เป็นความคิดของหลักสากลที่ใช้กันทั่วโลก  

     แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีหลายครอบครัวที่ทางด้านฝ่ายสามีนั้นต้องการที่จะมีภรรยาเพิ่มแต่ไม่สามารถควบคุมให้ภรรยาทั้งที่เป็นภรรยาหลวงและเป็นพญาน้อยสามารถอยู่ร่วมกันได้จึงมักแอบมีภรรยาไว้นอกบ้านและเมื่อภรรยาหลวงจับได้ก็ทำให้มีเรื่องราวทะเลาะกันและบางครั้งก็ถึงขั้นรุนแรงที่มีการตบตีกันหรือฆ่ากันตายก็มี 

              ปัจจุบันนี้การที่ผู้ชายจะมีภรรยาหลายคนนั้นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและเป็นสิ่งที่คนในสังคมไม่สามารถยอมรับได้ซึ่งถ้าหากว่าแต่งงานและมีการจดทะเบียนสมรสกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วหากฝ่ายชายจะแต่งงานและจดทะเบียนสมรสซ้อนขึ้นมาจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและสามารถดำเนินการเอาผิดได้ในทันที

            และถ้าหากว่าฝ่ายชายนั้นแอบไปมีผู้หญิงอื่นก็สามารถที่จะให้ภรรยาเอาผิดทางด้านกฎหมายกับฝ่ายชายได้รวมถึงในขณะเดียวกันถ้าหากหญิงสาวที่เข้ามาใหม่ซึ่งเป็นนั้นรู้ดีอยู่แล้วว่าฝ่ายชายมีภรรยาอยู่แล้วแต่ยังยินยอมพร้อมใจที่จะมาเป็นกิ๊กภรรยาหลวงสามารถเอาผิดและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้หญิงที่มาเป็นกิ๊กของสามีของตนเองได้เช่นเดียวกัน

           ซึ่งนี่คือวิธีการแก้ปัญหาของคนในสังคมในปัจจุบันเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายชายหรือผู้หญิงคนอื่นมาเป็นกิ๊กหรือมาสร้างปัญหามือที่ 3 นั่นเองแต่ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องและสามารถเอาผิดดำเนินคดีฟ้องร้องกันได้แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ชายก็ยังคงมีกิ๊กรวมถึงผู้หญิงที่มาเป็นกิ๊กนั้นถึงแม้จะรู้ตัวดีว่าตนเองมาทีหลังแต่ก็ยินยอมที่จะเป็นกิ๊กยินยอมที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีนั้นเอง

           ซึ่งปัญหาเรื่องของมือที่สามที่เกิดขึ้นในครอบครัวนี้ขอให้มีกฎหมายเข้ามาดูแลก็ไม่สามารถแก้ไขได้เพราะมันเกิดมาจากพฤติกรรมและความประพฤติของคนแต่ละคนและเชื่อว่าในอนาคตปัญหามือที่สามนี้ก็คงจะไม่หมดไปจากสังคมไทยอย่างแน่นอนถ้าหากคนเรายังมีพฤติกรรมที่ผิดศิลธรรมและไม่กลัวบาปกรรมกันอยู่แบบนี้นั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    sa gaming ทดลองเล่น

อนาคตของการพัฒนารูปแบบงาน 

ในอนาคตแม้แต่รูปแบบการทำงานและโครงสร้างของการทำงานบนอุปกรณ์ต่างๆก็อาจเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกแห่งการเรียนรู้รูปแบบการทำงานในปัจจุบัน ดังนั้นจึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเริ่มเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย

แต่ในยุคปัจจุบันเราจำเป็นต้องยอมรับว่าโครงสร้างที่การพัฒนาใช้งานได้หรือไม่ระบบที่นำเสนอนั้นมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นการส่งเสริมการพัฒนาความคิดที่ทันสมัยมีรูปแบบมากขึ้นและหลากหลายมากขึ้น ด้วยการนำเสนอแนวคิดและผลงานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องหลากหลายเสียงของงานศิลปะต่างๆจึงมีรูปแบบของการพัฒนา แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องพบผู้คนในปัจจุบันก็เริ่มมีการเข้าถึงที่ว่าดีขึ้น ตลอดจนการพัฒนาของเสียตอนนี้ตั้งสถาบันการศึกษา

รายการเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงถึงลักษณะในการทำงานต่างๆความรู้สึกของผู้คนในยุคปัจจุบันที่มีความต้องการในการเรียนรู้ถึงความแตกต่างในการเข้าถึงในยุคปัจจุบัน ทำให้การเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของสิ่งเหล่านี้นำนักศึกษาที่มีความนิยมความชอบต่างๆ เข้ามาพัฒนาในส่วนของการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมในการทำงานของจิตรกรโดยศิลปินมากมาย

ในโรงพยาบาลจะมีการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น ระบบในการทำงานและการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมโดยเฉพาะโครงสร้างในการทำงานต่างๆมากมาย วัฒนธรรมที่ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มมีการเรียนรู้และเป็นในส่วนของการพัฒนา ทำให้ในยุคสมัยปัจจุบันที่คิดว่าตอนนี้คงมีการเปลี่ยนแปลงและอนาคตการพัฒนาในรูปแบบต่างๆที่มีการเติบโตมากขึ้น

เพราะการค้นหาข้อมูลการหา Reference และรูปแบบของต้นแบบงานต่างๆเริ่มมีการเปิดกว้างขึ้นสถาบันการศึกษาและการเรียนการสอนของเซลล์ตอนนี้ก็มีการพัฒนาตามความนิยมและความต้องการของผู้ปกครองในโรงพยาบาลมหาลัยต่างๆเริ่มเปิดสถาบันการศึกษาที่เพิ่มขึ้น ศิลปะยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมนุษย์ในยุคปัจจุบันที่มีความต้องการในการสร้าง cmi ที่งานศิลปะมีคำนิยามที่ดีมากยิ่งขึ้นโดยสามารถเข้าถึงผู้คนในยุคสมัยที่มีความแตกต่างกัน

หัตถกรรมพัฒนาของเสียเหล่านี้ยังคงมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงมากมาย หากเป็นเช่นนั้นผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเข้าถึงงานศิลปะปรับปรุงรูปแบบและนำเสนอผลงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงในอนาคตของแนวคิดเหล่านี้เหมาะสำหรับการสร้างสถานศึกษาหลายแห่ง

และสถานที่แห่งนั้นมีส่วนของแกลเลอรีที่จิตรกรสมัยใหม่หลายคนต้องการเข้าไป การจัดแสดงผลงานและแนวคิดต่างๆนอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติซึ่งศิลปินแห่งชาติหลายคนกำลังแสดงความคิดเห็น จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงรูปแบบต่างๆที่เกิดขึ้นความแสดงออกทางความคิดและความต้องการในการสื่อสารในรูปแบบใหม่ๆ

 

สนับสนุนโดย.    gclub

สำหรับพื้นที่กันดารไม่มีไฟฟ้าใช้ไม่มีไวรัสโคโรน่าให้เรียนหนังสือที่โรงเรียนได้ 

     กำลัง เป็นกังวลใจกันอย่างมากเกี่ยวกับการเปิดภาคเรียนที่จะถึงนี้ว่าสรุปแล้วจะต้องเรียนที่ไหนยังไงบ้างแต่ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ยังไม่ได้ออกมาระบุข้อมูลที่แน่นอนชัดเจนว่าโรงเรียนต่างๆจะให้นักเรียนไปเรียนที่โรงเรียนหรือว่าจะต้องมีการเรียนผ่านทางระบบออนไลน์อย่างไรก็ดีเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมปีพศ. 2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มีการออกแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนว่าหากพื้นที่ไหน

ที่เป็นพื้นที่กันดารซึ่งไม่มีไฟฟ้าใช้นั้นก็ไม่สามารถที่จะเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้อยู่แล้วเพราะการจะนำไฟฟ้าเข้าไปติดตั้งในพื้นที่ดังกล่าวไม่น่าจะทันพอที่จะสามารถเปิดภาคเรียนและเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้ซึ่งโดยปกติแล้วในพื้นที่ที่มีฟ้าใช้ส่วนใหญ่แล้วก็จะไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสคนละหน้าด้วยเช่นเดียวกัน

ดังนั้นทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงมีความคิดเห็นว่าโรงเรียนดังกล่าวเหล่านั้นน่าจะสามารถที่จะให้นักเรียนเดินทางไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนได้ตามปกติซึ่งวันที่ 1 เดือนกรกฎาคมนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนของทุกโรงเรียน แต่อย่างไรก็ดีตอนนี้ทางฝั่งของกระทรวงศึกษาธิการก็ยังต้องมาหาแนวทางว่าแต่ละโรงเรียนจะต้องทำอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนนั้นมีความเสี่ยงน้อยที่สุดที่ติดติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่อย่างไรก็ตามสำหรับการสอนผ่านระบบออนไลน์นั้นอาจจะไม่สามารถเรียนได้กับทุกโรงเรียน

เพราะว่าก็จะมีบางโรงเรียนที่ห่างไกลความเจริญเพราะไม่มีไฟฟ้าเข้าถึงซึ่งโรงเรียนแบบนี้จะมีอยู่ที่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะซื้อโทรทัศน์หรือนำแท็บเล็ตไปแจกให้กับเด็กนักเรียนและโรงเรียนได้ทางที่ดีที่สุดในการที่จะสอนเด็กนักเรียนได้นั้นก็คือต้องให้เด็กนักเรียนเดินทางมาเรียนที่โรงเรียนกับคุณครูเจอในขนาดนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้มีการประสานงานกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดของแต่ละจังหวัด

ได้ออกกฎให้ทางผู้ใหญ่บ้านของแต่ละตำบลอำเภอได้มีการสำรวจครัวเรือนของประชาชนว่าพื้นที่ไหนที่สะดวกที่จะเดินผ่านทางออนไลน์ได้หรือเรียนผ่านทางทีวีได้หรือพื้นที่ไหนที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึงก็จะได้มีการนำมาตัดสินใจและออกแบบการเรียนการสอนกันอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะมีการเปิดเทอมจริง

ซึ่งในขณะนี้กำลังมีการทดสอบการเรียนการสอนผ่านทางทีวีโดยจะมีช่องให้นักเรียนเข้าไปเริ่มเรียนได้ในช่วงวันที่ 18 พฤษภาคมปี 2563 นี้โดยช่อง 37 ถึง 39 จะเป็นการสอนสำหรับนักเรียนอนุบาลและช่อง 40 ถึง 45 จะเป็นช่องระดับประถมซึ่งจะไล่มาตั้งแต่ประถม 1-6 และช่อง 46 51 ก็จะเป็นระดับมัธยมที่มีการไล่ระดับมาว่าช่องของแต่ละระดับชั้นและยังมีกศนที่จะฉายช่อง 52 และช่อง 53 เป็นสำหรับนักเรียนอาชีวศึกษา

 

สนับสนุนโดย.    บาคาร่า777

ปัญหาการใช้ความรุนแรงในโรงเรียน

        สถาบันการศึกษาและโรงเรียนต่างๆไม่ใช่ว่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับลูกหลานของเราเสมอไปเพราะหากข้อมูลและสถิติที่ผ่านมามักจะพบว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันโรงเรียนยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของความรุนแรงเกิดขึ้นจากกรณีที่เด็กนักเรียนบางคนตั้งตนเองเป็นมาเฟียและคอยเรียกร้องเงินของเพื่อนเมื่อเพื่อนไม่ให้ก็จะมีการทำร้ายเพื่อนซึ่งปัญหานี้ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนของรัฐบาลหรือโรงเรียนของเอกชน

และไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนระดับประถมหรือโรงเรียนระดับมัธยมหรือโรงเรียนอุดมศึกษาต่างก็มีผลกระทบและมีประสบการณ์แบบนี้ด้วยกันทั้งหมดซึ่งในสมัยก่อนนั้นจะมีปัญหาเยอะมากเกี่ยวกับเรื่องของการที่เด็กที่อ่อนแอกว่าถูกเรียกเงินจากเด็กที่มีร่างกายแข็งแรงกว่าถึงแม้ในปัจจุบันนี้เราจะไม่ค่อยได้รับทราบข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเรื่องของเด็กที่ถูกรังแกและเด็กที่ถูกรีดไถเอาเงินค่าขนมกลางวันไปนั้นจะไม่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นสถาบันไหนก็ยังคงมีอยู่ซึ่งการดูแลตรวจสอบเด็กที่ถูกรังแกนี้เป็นหน้าที่ของคุณครูที่ต้องดูแลนักเรียนให้ทั่วถึงต้องไม่ให้นักเรียนเป็นที่เป็นมุมอับที่จะสามารถโดนเพื่อนรังแกได้ในขณะเดียวกันก็แม่ผู้ปกครองเองก็ควรจะต้องมีการสอนบุตรหลานของตนเองให้มีอะไรกลับมาบอกมาเล่าให้พ่อแม่ฟังเพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาให้กับลูกได้

เพราะส่วนใหญ่เมื่อมีการพูดคุยกับเด็กที่ถูกรังแกเด็กมักจะกลัวหากมีการมาเล่าให้ผู้กองหรือครูฟังว่าจะถูกเพื่อนคนดังกล่าวแกล้งหนักมากกว่าเดิมหลายคนจึงยอมที่จะต้องแบ่งเงินค่าขนมของตนเองให้กับเพื่อนคนนั้นพอดีกว่าการที่จะถูกเพื่อนทำร้าย สำหรับวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นนั้นเชื่อว่าคุณครูคงไม่สามารถดูแลเด็กได้ทั่วถึงทุกมุมภายในบริเวณโรงเรียนหญิงโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่แล้ว

มักจะมีมุมอับที่เด็กจะสามารถไปทำร้ายกันได้ดังนั้นทางที่ดีจึงควรมีการตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณที่เป็นจุดอับที่เราจะสามารถเห็นของเด็กแต่ละคนได้เป็นอย่างดีว่ามีใครที่รังแกเพื่อนหรือมีใครที่ถูกเพื่อนรังแกเพื่อที่เราจะสามารถนำหลักฐานตรงนี้มาพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กที่ปล่อยให้ลูกของตนเองรังแกเพื่อน

ซึ่งแน่นอนว่าพฤติกรรมของเด็กนั้นต้องมาจากการอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ดังนั้นเมื่อเรารู้ว่าเด็กคนไหนที่มีพฤติกรรมการรังแกรีดไถเงินเพื่อนจึงควรต้องคุยกับผู้ปกครองของเด็กคนนั้นโดยตรงให้มีการอบรมสั่งสอนลูกของตนเองให้ดีและควรมีมาตรการและบทลงโทษสำหรับเด็กที่มีพฤติกรรมอย่างนี้เพื่อให้เด็กนั้นได้รู้ถึงความผิดของตนเองและไม่กล้าที่จะทำอีกและเพื่อที่ทุกคนจะได้อยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุขนะไม่ต้องหวาดระแวงกันว่าลูกของตนเองนั้นจะถูกเพื่อนรังแก

 

สนับสนุนโดย  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

คุณแม่วัยใสในสังคมไทย

ต้องยอมรับเลยว่าในสังคมไทยเหล่านั้นมีคุณปม่วัยใสเป็นจำนวนมาก คุณแม่วัยใส ณ ที่นี้ คือเด็กวัยรุ่นที่อายุช่วงประมาณ 15-20 ปี ที่มีลูกจากการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม อีกทั้งยังเป็นการตั้งครรภ์ในวัยเรียนอีกด้วย ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยเรียนของประเทศไทยนั้นไม่สามารถขจัดไปได้ จนทำให้จำนวนคุณแม่วัยใสเพิ่มมากขึ้นและอายุเฉลี่ยของคุณแม่วัยใสก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ 

สาเหตุของปัญหาคุณแม่วัยใส

1.เด็กขาดความรู้ในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์แบบป้องกัน

สังคมไทย เป็นสังคมเมืองพุทธ มีศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงาม ที่เหมือนเป็นการตีกรอบให้เด็กต้องประพฤติตัวอยู่ในศีลธรรม การชิงสุกก่อนห่ามเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ในสังคมไทย แต่เพราะแนวคิดแบบนี้แหละ ถึงทำให้มีปัญหาคุณแม่วัยใสเพิ่มมากขึ้น เพราะสังคมไม่เปิดให้เด็กได้เรียนรู้ แม้กระทั่งให้ศึกษา ทำความรู้จักกับเรื่องเพศสัมพันธ์ก็ยังไม่ได้ เด็กจึงขาดความรู้ในเรื่องการมรีเพศสัมพันธ์แบบป้องกัน หากผู้ใหญ่เปิดใจยอมรับว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติ เมื่อผู้ใหญ่ไม่สามารถห้ามเด็กหรือให้เด็กอยู่ในสายตา อยู่ในกรอบได้ตลอดเวลา ดังนั้นผู้ใหญ่ก็ควรสอนวิธีป้องกันให้กับเด็ก จะได้ไม่เกิดปัญหาในภายภาคหน้า

2.เด็กมีความอยากรู้อยากลอง

เด็กทุกคนล้วนมีความอยากรู้อยากลองในสิ่งที่แปลกใหม่ ไม่เคยพบเจอหรือได้ทำมาก่อนเป็นธรรมดา การที่จะทำให้เด็กรู้สึกว่านี่คือเรื่องปกติ ให้เด็กได้เรียนรู้โดยการที่ผู้ใหญ่ควรจะสอน ว่าเพศสัมพันธ์ก็คือพฤติกรรมอย่างหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ แล้วผู้ใหญ่อาจจะสอดแทรกความรู้ไปว่าพฤติกรรมแบบนั้นเกิดจากอะไร หากทำลงไปจะมีผลอย่างไร จะมีวิธีป้องกันได้ไหม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เด็กได้รู้สึกคุ้นชิน และไม่ไปอยากลองด้วยตนเอง

3.เด็กไม่กล้าถามหรือปรึกษาผู้ใหญ่

นี่ก็มีสาเหตุมาจากการที่ผู้ใหญ่ปิดกั้น จึงทำให้เด็กไม่กล้าจะถาม ไม่กล้าจะปรึกษาหรือขอคำแนะนำเมื่อเด็กเริ่มมีความรู้สึกต่อเพศตรงข้าม เด็กก็จะไม่กล้าปรึกษาผู้ใหญ่ แต่จะเข้าหาเพื่อนในวัยเดียวกันมากกว่า จึงบางทีอาจทำให้เด็กได้คำแนะนำไปแบบผิดๆ

4.ผู้ใหญ่ไม่เปิดใจ

ข้อนี้ถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญที่สุด จะบอกว่าเป็นสาเหตุหลักก็ได้ เพราะจากการที่ผู้ใหญ่ไม่เปิดใจยอมรับถึงพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ มองว่าเด็กยังเป็นวัยที่ไม่สมควรจะรู้เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งถ้าหากผู้ใหญ่เปิดใจ สอนให้เด็กรู้จัก ให้เด็กทำความเข้าใจ มีความรู้พื้นฐานตั้งแต่แรกเด็กอาจจะไม่ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง หรือเด็กอาจจะรู้จักวิธีป้องกันและรับมือกับเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างถูกต้อง ปัญหาในข้อนี้จึงเป็นเรื่องที่ควรแก้ไขมากที่สุด แต่ในทางเดียวกันก็เป็นเรื่องที่แก้ได้ยากมากที่สุด

การจะลดปัญหาในเรื่องนี้นั้นต้องเริ่มจากการที่ผู้ใหญ่เปิดใจสอนเด็กให้เรียนรู้และมีความเข้าใจกับเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างถูกวิธี เพราะถ้าจะไปห้ามเลยก็คงจะไม่สามารถทำได้ ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้อยู่กับเด็กตลอดเวลาอยู่แล้ว การให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจจึงน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่าการห้ามเด็ก ไม่อย่างนั้นจะเหมือนการยิ่งไปยุเด็ก ให้เด็กเกิดความท้าทายอยากรู้อยากลองได้ 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่า777