Category: ข่าวทั่วไป

แหกกฎเคอร์ฟิว

พบชายสองคนแหกกฎเคอร์ฟิว

      แหกกฎเคอร์ฟิว  เมื่อวันที่ 3 เดือนมิถุนายนปีพ. ศ. 2563 เป็นวันประกาศการใช้เคอร์ฟิวครั้งแรกของรัฐบาลในชุดของพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี โดยมีการกำหนดว่าทุกคนห้ามออกสถานที่พักอาศัย   ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดตั้งแต่เวลา 22:00 น. เป็นต้นไป ซึ่งประกาศนี้มีผลโดยพร้อมเพียงกันทั้งประเทศดังนั้นไม่ว่าจะเป็นร้านค้าหรือแม้แต่ร้าน Seven Eleven

จะต้องมีการปิดร้านงดจำหน่ายของสินค้าทุกอย่าง แต่เมื่อช่วงประมาณ 11:30 นของวันที่ 3 เดือนมิถุนายนปีพศ. 2563 ที่จังหวัดนนทบุรีเจ้าหน้าที่ได้พบชายหนุ่มจำนวน 2 คน กำลังทุบประตูร้านขายของโดยทั้งสองคนให้การว่าตั้งใจจะมาซื้อของซึ่งร้านค้าดังกล่าวอยู่ภายในซอยหมู่บ้านเปี่ยมสุขเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพบตัวจึงได้ควบคุมตัวทั้งสองคนไปสอบสวนที่สภ.บางใหญ่จังหวัดนนทบุรี

เนื่องจากว่าทั้งสองคนได้กระทำความผิดตามกฎหมายที่มีคำสั่งพรกฉุกเฉินออกมาว่าห้ามออกมาหลัง 22:00 นไปแล้วแต่จะออกมาได้อีกทีนึงช่วงเวลาในการตี 4:00  

      ทั้งนี้หลังจากที่มีการประกาศพรกฉุกเฉินออกมาอ่านว่าอาจจะมีหลายคนที่ไม่พอใจเกี่ยวกับการปรับตัวอยู่แต่ในบ้านช่วงเวลา 4 ทุ่มถึงตี 4 ซึ่งอาจจะมีหลายคนที่แอบลักลอบออกนอกบ้านในช่วงเวลาดังกล่าวที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะไม่บังเอิญผ่านไปเจอเหมือนกรณีของชายหนุ่มทั้งสองคนที่จังหวัดนนทบุรีนี้แต่การควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 

จำเป็นที่จะต้องให้ประชาชนร่วมแรงร่วมใจกันในการควบคุมไม่ให้เชื้อโรคแพร่ระบาดออกไปให้มากกว่านี้เพื่อที่ประเทศไทยของเราจะได้กลับมาสู่สภาวะปกติได้อย่างเร็วไวสักทีและจะได้ไม่มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้แต่ถ้าหากประชาชนยังไม่ให้ความร่วมมือในการที่จะแก้ไขปัญหา  เชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าจะยังอยู่ในประเทศของเราต่อไปและคนในประเทศ

ก็ยังจะต้องมีการใช้ชีวิตแบบปัจจุบันนี้อยู่เรื่อยไปซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประชาชนทุกคนเลยดังนั้นทุกคนจึงควรให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลในการที่จะแก้ไขปัญหา  การออกพ.ร.ก. ฉุกเฉินในช่วงเวลา 10:00 นจนถึง 04:00 นนั้นเป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่ไม่ออกจากบ้านกันอยู่แล้วดังนั้นหากมีความจำเป็นควรจะมีการกักตุนของไว้ในช่วงเวลากลางวันก่อน

  หากอยากกินเหล้าในช่วงกลางคืนก็ควรจะซื้อกักตุนเอาไว้ตั้งแต่กลางวันเพราะว่ากลางวันเรายังสามารถเดินทางออกไปไหนมาไหนได้ตามปกติ เพราะถ้าหากยังทำผิด พ.ร.ก. ฉุกเฉินอยู่แบบนี้แล้วปัญหาการแก้ไขไวรัสโควิด-19 ยังไม่หมดไปเชื่อว่าอาจจะมีการประกาศเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงแล้ว

ถึงตอนนั้นทุกคนจะพากันเดือดร้อนกันหมดสำหรับผู้ที่ทำความผิดเดินทางออกมานอกบ้านในช่วงที่มีการประกาศเคอร์ฟิวนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการนำตัวไปฝากขังและทำเรื่องปรับเงินต่อไป 

 

สนับสนุนโดย  aesexy

หมู่บ้านโปร่งเจริญ

หมู่บ้านโปร่งเจริญถูกยกเลิกการปิดหมู่บ้านแล้ว

     หมู่บ้านโปร่งเจริญ เมื่อวันที่ 21 เดือนมีนาคม ปีพ.ศ  2563 ที่จังหวัดฉะเชิงเทราได้มีสถานการณ์ได้ด่วนขึ้นที่หมู่บ้านโปร่งเจริญเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้งประกาศปิดหมู่บ้านเร่งด่วนส่งผลให้คนในหมู่บ้านไม่สามารถออกนอกพื้นที่ได้รวมถึงคนในพื้นที่ก็ไม่สามารถเข้าไปในหมู่บ้านได้เช่นเดียวกันโดยทางเจ้าหน้าที่ต้องการให้หมู่บ้านโปร่งเจริญเป็นเนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่ามีเซียนมวยจำนวน 4 คนติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามาจากสนามมวยลุมพินีและยังมีกลุ่มเสี่ยงอีกประมาณ 3-4 คน

ที่อยู่ระหว่างกันตรวจสอบหาเชื้อดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าในหมู่บ้านโปร่งเจริญออกมาสู่หมู่บ้านอื่นๆทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีความจำเป็นในการปิดหมู่บ้านเป็นการชั่วคราวไม่ให้คนในออกแต่ทางเจ้าหน้าที่มีการดูแลประชาชนด้วยกันคนในพื้นที่ซึ่งมีอยู่จำนวนประมาณหนึ่งโดยนำอาหารที่การปรุงเรียบร้อยแล้วไปแจกให้กับชาวบ้านสามเวลาซึ่งจะมีการให้ช่วงเวลา 07:00 น

ตอนกลางวันก็นำไปส่งให้ตอนเที่ยงและตอนเย็นก็ส่งให้ตอน 5 โมงถ้าหากชาวบ้านคนไหนไม่พอกินก็สามารถขอเติมได้ตลอดและเป็นเรื่องที่โชคดีมากๆที่ชาวจังหวัดฉะเชิงเทราให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดีโดยคนข้างนอกก็พากันช่วยเหลือสมทบทุนในการนำอาหารไปเลี้ยงคนในหมู่บ้านโปร่งเจริญและสำหรับชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านผมก็ไม่มีนโยบายการกักตัวในครั้งนี้เลย

ทำให้เหตุการณ์ในครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วยดีทางเจ้าหน้าที่แพทย์เล่นการลงพื้นที่เพื่อไปทำงานผู้ที่ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาและสามารถควบคุมการระบาดได้ดังนั้นหลังจากที่มีการปิดหมู่บ้านโปร่งเจริญเป็นระยะเวลา 2 วันและเห็นว่าสถานการณ์ค่อนข้างคงที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศขอและเปิดให้ประชาชนสามารถเดินทางเข้าออกได้ตามปกติตั้งแต่ในช่วงเย็นที่ผ่านมา

     และเมื่อเหตุการณ์เป็นปกติแล้วนักข่าวจึงได้เข้าไปสัมภาษณ์ชาวบ้านที่ถูกปิดล้อมอยู่ในหมู่บ้านซึ่งทั้งหมดก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและได้บอกกับทางผู้สื่อข่าวว่าในหมู่บ้านนั้นบ้านแต่ละหลังอยู่ห่างกันอยู่แล้วจึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องของไวรัสโคโรนามากนักส่วนในเรื่องของอาหารการกินทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ดูแลเป็น ชาวบ้านจึงได้เดือดร้อนอะไรและทุกคนก็อยากให้เหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่านี้จบลงโดยเร็วเพราะทุกวันนี้ประชาชนใช้ชีวิตกันข้างๆลำบาก

ถ้าหากเชื้อยังไม่หมดไปสักทีเกรงว่าจะพากันอดตายซะก่อนทุกคนจึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเพราะถ้าหากที่ยังกินกันไปกินกันมาและไม่ยอมร่วมมือกันแดดเชื้อไวรัสโคโรน่าก็จะไม่หมดไปจากประเทศไทยซะทีแล้วคนก็จะยิ่งลำบากมากยิ่งขึ้นส่วนคนที่อยู่ด้านนอกก็สามารถเข้าไปใช้ชีวิตในหมู่บ้านได้ตามปกติซึ่งตอนนี้หลายคนก็รู้สึกสบายใจขึ้นและยินดีหากทางราชการขอบคุณเช่นนี้อีกเพื่อที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้หมดเร็ว ๆ

แรงงานพม่าฆ่ากันเอง

แรงงานพม่าฆ่ากันเองต้นเหตุเพราะความขลังของพระเครื่องที่สวมใส่

แรงงานพม่าฆ่ากันเอง ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่าพบศพผู้เสียชีวิตนอนเสียชีวิตอยู่ด้านหลังห้องพักของคนงานที่บริษัทแห่งหนึ่งจึงได้นำเจ้าหน้าที่หลายนายรวมถึงกู้ภัยลงไปตรวจสอบเมื่อไปถึงก็พบชาวพม่าคนหนึ่งยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับนำไปเจอศพที่อยู่ด้านหลังห้องพักโดยผู้ที่จะโทรแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเป็นชาวพม่าชื่อว่านายวินวินซึ่งนายวินวินได้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเอง

เป็นเพื่อนร่วมห้องกับผู้ตายเมื่อเช้าตื่นขึ้นมาไม่พบผู้ตายอยู่ในห้องจึงเดินตามหาและมาเห็นว่าผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ด้านหลังของห้องพักตรงครูน้ำจึงได้ทำการโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผู้เสียชีวิตเป็นแรงงานชาวพม่าเช่นเดียวกันชื่อว่านายทานวิน   เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งกู้ภัยได้ตรวจสอบสภาพศพพบมีร่องรอยการถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะและคาดการณ์ว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6-8 ชั่วโมง

ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุแล้วเก็บรวบรวมหลักฐานพบว่าแรงงานชาวพม่าคนที่โทรแจ้งเหตุอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัย  เนื่องจากสภาพห้องมีร่องรอยของหยดเลือดรวมถึงเสื้อผ้าของนายวินวินก็มีลักษณะของอาการใดๆรวมถึงมีรอยเลือดติดอยู่และโทรศัพท์มือถือที่นายนาวินถืออยู่ก็มีร่องรอยการเปลอะเปื้อนไปด้วยเลือด

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวนายวินวินไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจอีกทั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเชิญล่ามที่เข้าใจภาษาพม่าได้ดีมาช่วยแปลภาษาให้และมีการซักถามกันไปมาสุดท้ายนายวินวินก็เป็นผู้รับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุฆ่าเพื่อนชาวพม่าของตนเองจริงโดยก่อเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา  ส่วนสาเหตุของการก่อเหตุนั้นในช่วงกลางคืนทั้งสองคนได้พากันนั่งดื่มสุราอยู่ในห้อง

และเมื่อเราได้ที่ได้มีการพูดคุยกันถึงพระเครื่องที่แต่ละคนห้อยคอกันอยู่ว่าพระของใครมีความขลังมากกว่ากัน  และด้วยความเมาจึงทำให้ทั้งสองคนเกิดการทะเลาะกัน ออกความคิดเห็นไม่ตรงกันและฝ่ายผู้ตายเป็นผู้ลงมือชกมาที่ใบหน้าของนายวินวิน  ทำให้นายวินวินโมโห จึงได้มีการชกต่อยกันขึ้น ก่อนที่นายวินวินจะเอาฆ้อนที่อยู่ใกล้มือมาตีที่หัวของนายทานวิน จนแน่นิ่ง และเมื่อนำมือไปอังที่จมูกพบว่า นายวินวิน เสียชีวิตแล้ว จึงได้ลากศพของนายวินวิน ไปทิ้งไว้ด้านหลังของห้องพัก ตรงคูน้ำ แล้วกลับเข้าห้องมานอนต่อ

และรอจนรุ่งเช้าจึงได้โทรแจ้งความให้เจ้าหน้าที่มาดูศพ พร้อมทั้งออกอุบายบอกเล่าว่าตนเองไม่อยู่ห้องขณะที่เกิดเหตุและเพิ่งกลับเข้ามาที่ห้องในตอนเช้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจเจอหลักฐาน จนทำให้นายวินวิน ต้องรับสารพภาพในที่สุด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เซ็กซี่ บาคาร่า คือ

การศึกษาของนักเรียนไทย

การศึกษาของนักเรียนไทยจะเป็นยังไงต่อไป

ใกล้จะเปิดเทอมแล้วการศึกษาของนักเรียนไทยจะเป็นยังไงต่อไป

        การศึกษาของนักเรียนไทย เป็นคำถามที่อยู่ในใจของผู้ปกครองทุกคนในขณะนี้ว่าในตอนนี้ใกล้จะเปิดเทอมที่จะถึงวันที่ 16 พฤษภาคมนี้แล้วซึ่งจากข้อมูลล่าสุดทางรัฐบาลได้มีประกาศออกมาว่าจะมีการเลื่อนการเปิดเทอมออกไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคมปีพศ 2563 แต่ก็มีบางสถาบันโรงเรียนที่มีการเปิดการเรียนการสอนตามปกติในวันที่ 16 พฤษภาคมปีพศ 2563

โดยกลุ่มที่เปิดการเรียนการสอนในช่วงนี้เป็นการเปิดการเรียนการสอนผ่านทางระบบออนไลน์แต่ถ้าหากโรงเรียนไหนยังไม่มีระบบออนไลน์ที่จะสามารถสอนนักเรียนได้ก็สามารถเลื่อนไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ได้

ซึ่งในความคิดของผู้ปกครองในขณะนี้มองว่าแล้วเมื่อถึงวันที่ 1 กรกฎาคมที่จะถึงนี้สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังไม่หายยังคงมีการระบาดอยู่แต่อาจจะลดน้อยลงไปเหลือการติดเชื้อวันละ 10 คนหรือ 15 คนถ้ายังเป็นอย่างนี้อยู่กระทรวงศึกษาธิการจะมีการแก้ไขปัญหานี้อย่างไรจะยังคงต้องมีการเลื่อนการเรียนการสอนออกไปอีก

หรือไม่แล้วถ้าเกิดสถานการณ์ยังเลวร้ายอย่างนี้ออกไปจนถึงสิ้นปีนักเรียนจะทำยังไงจะต้องรอจนกว่าสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าจะหายดีใช่หรือไม่ถึงจะสามารถเปิดการเรียนการสอนได้ซึ่งถ้าไม่ใช่การเลื่อนการเรียนการสอนออกไปจะมีการเปิดให้เรียนผ่านทางระบบออนไลน์ทั่วทุกประเทศพร้อมกันใช่หรือไม่นี่คือความคิดความในใจที่ผู้ปกครองหลายๆคนคงอยากจะทราบแนวทางการเรียนการสอนของลูกตนเอง

ในขณะนี้ว่าจะไปในทิศทางไหนเพราะผู้ปกครองหลายคนก็คงจะต้องมีการเตรียมตัวก่อนที่จะมีการทราบว่าโรงเรียนจะออกนโยบายเปิดเทอมให้กับลูกตนเองยังไงเพราะขณะนี้มีบางโรงเรียนที่มีการเปิดการเรียนการสอนแล้วเช่นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาบางกลุ่มก็ได้มีการเรียนผ่านระบบออนไลน์

ซึ่งถ้าหากแต่ละโรงเรียนมีการเรียนการสอนที่ไม่เหมือนกันเปิดเทอมไม่พร้อมกันจะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำเรื่องของเวลาที่บางคนได้เรียนแล้วก็จะจบตามอายุของตนเองว่าอายุช่วงเวลาไหนต้องเรียนจบระดับไหนแต่ถ้าเกิดว่าบางโรงเรียนที่ได้มีการเลื่อนการเรียนการสอนออกไปได้เรื่อยๆเลยรอจนกว่าสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าจะดีขึ้นนั่น

ก็เท่ากับว่าเด็กนักเรียนที่เรียนโรงเรียนนั้นจะถูกเลื่อนออกไปในเรื่องของการจบการศึกษาซึ่งจะเริ่มเห็นความแตกต่างของแต่ละโรงเรียนมากขึ้นและยิ่งถ้าเกิดว่าโรงเรียนเปิดให้มีการสอนผ่านระบบออนไลน์จริง จะต้องเป็นผู้ที่มีค่าใช้จ่ายในเรื่องของการเสียค่าไฟค่าอินเตอร์เน็ตรวมถึงการหาซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อเอามาไว้ประกอบในการเรียนดังนั้นโรงเรียนมีแนวทางอย่างไรเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าเทอมที่

ถ้าหากเด็กนักเรียนต้องเรียนผ่านทางออนไลน์จริงๆค่าเทอมก็ควรจะต้องถูกลงด้วยเพราะเด็กไม่ได้ไปใช้อุปกรณ์ของทางโรงเรียนเลยนี่คือข้อคิดที่ผู้ปกครองทุกคนอยากรู้ในช่วงเวลานี้ซึ่งหวังว่าการกระทรวงศึกษาธิการเองจะได้เล็งเห็นปัญหาและมีการประชุมปรึกษาหารือกันและพร้อมที่จะออกมาอธิบายปัญหานี้ให้กับผู้ปกครองได้ทราบในเร็วๆนี้

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   บาคาร่า บิกินี่

ป้ามหาภัย

ข่าวที่กำลังให้ความสนใจเกี่ยวกับป้ามหาภัย

ป้ามหาภัยหลอกเรียกรถแท็กซี่แล้วยืมเงินไปซื้อของหลังจากนั้นเชิดเงินหนี

ป้ามหาภัย กำลังเป็นที่โจษจันกันเป็นอย่างมากถึงคุณป้ามหาภัยคนหนึ่งที่แท็กซี่ทั้งหลายต่างก็พยายามตามหาตัวเพราะมีเรื่องเล่ากันว่ามีป้าคนหนึ่งมักจะเรียกโบกแท็กซี่จากที่หนึ่งให้ไปส่งอีกที่หนึ่งซึ่งส่วนใหญ่มักจะเจอกันว่าบอกที่โบ๊เบ๊ทาวเวอร์แล้วให้ไปส่งที่เซ็นทรัลปิ่นเก้าโดยส่วนใหญ่คุณป้าจะให้ไปส่งที่ฉันจีหลังจากนั้นคุณป้าจะบอกให้แท็กซี่รอ

โดยบอกว่าจะขอเข้าไปซื้อของแป๊บเดียวเดี๋ยวออกมาซึ่งคุณป้าจะทำทีขอยืมเงินแท็กซี่เลยบอกว่าเดี๋ยวจะกดกลับเมื่อคืนให้ซึ่งเงินส่วนใหญ่มักทีมแท็กซี่อยู่ที่ประมาณ 1400 บาทและเมื่อแท็กซี่รอก็ไม่พบว่าป้ามหาภัยจะกลับมาจริงๆ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ได้มีแท็กซี่ที่เสียหายที่โดนป้ามหาภัยคนเดียวกันหรอกเป็นจำนวนมากทุกคนจึงรวมตัวกันไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพราะต้องการจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้

เพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นแก๊งค์มิจฉาชีพ เพราะได้กระทำกับแท็กซี่หลายคนซึ่งแท็กซี่ก็มีรูปภาพที่เผยโฉมหน้าตาของป้ามหาภัยมาแชร์ให้โลกโซเชียลเห็นด้วยซึ่งห่างไปได้แค่เพียงสองวันก็สามารถจับกุมตัวป้ามหาภัยคนดังกล่าวได้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบตัวป้ามหาภัยคนนี้ได้ที่จังหวัดกาญจนบุรี

ซึ่งคุณป้าได้รับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำความผิดจริงโดยยอมรับว่าต้องการหาเงินเพื่อมาดูแลลูกเพราะว่าตัว เองไม่ได้มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่งก็ไม่มีเงินใช้จึงต้องมาทำอาชีพหลอกลวงคนเช่นนี้ซึ่งแท็กซี่ที่มีการแจ้งความเอาไวต่างก็พากันมาที่สถานีตำรวจเพราะต้องการมาดูโฉมหน้าป้ามหาภัยและอยากรู้เหตุผลว่าป้าทำไปทำไม

 เชื่อว่ายังมีแก๊งค์วิชาชีพอย่างป้าอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่มีงานทำจึงต้องออกมาหาเงินใช้ได้วิธีการที่ผิดกฎหมายเนื่องจากตอนนี้เศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่ผู้คนตกงานกันเป็นว่าเล่นช่วงนี้โจรขโมยจึงชุกชุมเป็นอย่างมาก ได้เชื่อเถอะว่าห้าเศรษฐกิจยังคงเป็นเช่นนี้คนที่มีอาชีพเหมือนป้ามหาภัยก็ยังมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยเรื่อย

ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อประชาชนทั้งประเทศรวมถึงประเทศชาติอีกด้วยแต่เราคงต้องมาคอยดูกันว่ารัฐบาลจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาคนตกงานได้อย่างไรเพื่อให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้าต่อไปดังนั้นในช่วงนี้จึงควรเก็บเงินไว้ให้มากไม่ใช้จ่ายพรุ่งเฟือยและไม่เชื่อใครง่ายง่ายเพราะการวิชาชีพคงจะหาทางทุกรูปแบบเพื่อจะนำเงินของเราไปใช้         

 

ไอ้เคี่ยมออกอาละวาด

ข่าวเกี่ยวกับไอ้เคี่ยมออกอาละวาด

จากการเก็บข้อมูล ได้ข้อมูลมาว่า นับตั้งแต่ปีค.ศ. 2015 เป็นต้นมามีจระเข้น้ำกร่อยแวะเวียนเข้ามาวนเวียนอยู่ตามแนวชายหาดวันดอร์ที่พวกมันถือว่าเสมือนเป็นแหล่งอาหารประจำของมันเอง 

     ไอ้เคี่ยมออกอาละวาด กฎหมายว่าด้วยการห้ามล่าจระเข้ในธรรมชาติที่มีบทลงโทษสูงสุดถึงเจ็ดปีทำให้จระเข้เรานั้นนอกจากการล่าถลกหนังจนกลายมาเป็นฆาตกรตัวฉกาจของมนุษย์ผู้อาศัยอยู่โดยบริเวณรอบรอบหาดวันดอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวไว้ตอนหนึ่งว่า 

“ จะนับตั้งแต่ปีค.ศ. 1970 ที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งชาติออกกฏหมายห้ามล่าจระเข้ในธรรมชาติจระเข้ไวร้ายเหล่านั้นได้พากันปรากฏตัวให้พวกชาวบ้านเห็นทั้งในห้วย หนอง คลอง บึง ก่อให้เกิดความหวัดกลัวว่าพวกมันจะเข้ามาคาบสัตว์เลี้ยงแล้วลามมาถึงชาวบ้านไปกิน

สาเหตุของการที่กลุ่มประเทศในอุษาคเนย์ อินเดียตะวันออกกลับออสเตรเลียเหนือออกกฏหมายห้ามล่าจระเข้ในธรรมชาติมีการระวังโทษสูงเนื่องมาจากมีการล่าล้างเผ่าพันธุ์จระเข้ในธรรมชาติทั้งถลกหนังมาฟอเอาเนื้อมาขายโดยเฉพาะในอินเดียจระเข้ปากกระทุงเหวหวิด สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้แล้วหากไม่ออกกฏหมายดังกล่าว 

      รัฐบาลอินเดียออกกฏหมายห้ามล่าจระเข้ในธรรมชาติเพื่อปกป้องจระเข้น้ำกร่อยโดยตระหนักว่าหากไม่มีกฎหมายดังกล่าวจระเข้จะสูญพันธุ์ในไม่ช้านอกจากจะออกกฏหมายมีโทษจำคุกสูงสุดถึงเจ็ดปีแล้วยังส่งเสริมให้ทางสวนสัตว์ฮัทโดในพอร์ตแบลร์ จะได้ให้เพาะเลี้ยงจระเข้น้ำกร่อยและน้ำลูกจระเข้ไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อขยายพันธุ์ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับทางการไม่จบสิ้นทางกรมป่าไม้แห่งชาติของอินเดียระบุว่าตั้งแต่ปีค.ศ. 2014

มีรายงานเกี่ยวกับจระเข้ทำร้ายมนุษย์หกรายกระทรวงการท่องเที่ยวของประเทศอินเดียประมาณการว่าในปีค.ศ. 2016

มีนักท่องเที่ยวพากันมาท่องเที่ยวในจุดที่เสี่ยงกับการโจมตีของจระเข้ประมาณ 430,000 คนทั้งยังเพิ่มขึ้นเป็น 500,000 คนในปีค.ศ. 2017 นั่นหมายถึงอันตรายที่จะเกิดกับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะสูงขึ้นตามไปด้วย

เพราะจระเข้น้ำกร่อยสายพันธุ์แบบนี้เสมือนเป็นมหาวายร้ายดุร้ายชอบกินคน จนทำให้เป็นเหตุการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังให้ดี

พระสีกานัวกันคากุฏิ

พระสีกานัวกันคากุฏิถูกจับฉี่สีม่วง

จากข่าวที่สำนักข่าวกระปุกดอทคอมรายงานเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2562

เรื่องของตำรวจบุกเข้าไปจับกุมพระที่มั่วสุมเสพยาเสพติด และในวันที่ไปจับกุมนั้นก็ได้พบกับผู้หญิงอยู่ในกุฏิของพระด้วย

พระสีกานัวกันคากุฏิ เมื่อมีการสอบปากคำกันพบว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นแฟนของพระ คบหากันมานานกว่า 3 ปีแล้ว โดยรู้จักกันผ่านทาง facebook  และทางผู้หญิงก็ได้มานอนพักพร้อมกับเสพยาร่วมกันกับพระที่กุฏินี้มานานกว่า 2 อาทิตย์แล้วเหตุเกิดที่วัดในจังหวัดหนองบัวลำภู เพราะมีชาวบ้านไปแจ้งกับฝ่ายปกครองจังหวัดว่า ทุกคืนจะมีวัยรุ่นขับรถเข้าออกวัดตลอดทั้งคืน เลยสงสัยว่าจะมีการรวมตัวกันทำความผิด เมื่อมาการแจ้งเรื่องทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้ามาตรวจสอบแล้วก็พบว่ามีการทำความผิดจริง จึงมีการจับพระศึกและมีการดำเนินคดีกับพระและสีกาทีอยู่ด้วยกันเพราะมีการตรวจพบปัสสาวะสีม่วงทั้งคู่ 

จริงๆแล้วปัญหาพระมั่วสีกา เสพยาบ้า มีมานานมากแล้ว

แต่ปราบไม่เคยหมดสักที บางครั้งเป็นข่าวแต่บางครั้งก็ไม่เป็นข่าว อันที่จริงวัดถือเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรไปประพฤติตัวไม่ดีในวัด ทั้งตัวพระเองที่ยังตัดขาดจากทางโลกไม่ได้ ยังมีการเล่นทั้งเฟส จีบผู้หญิง มั่วสุมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และทางผู้หญิงเองก็ไม่มีความเกรงกลัวในบาปกรรม สามารถมานอนกับพระในวัดได้ แทนที่จะคิดได้ แต่อ้างว่าเพราะความรักจึงตัดสินใจทำเช่นนี้  คำกล่าวอ้างนี้ เป็นคำกล่าวอ้างของคนเห็นแก่ตัว ไม่มีความคิด ไม่มีความเกรงกลัวในบาปกรรม เราจะหาทางกำจัดพวกมารสังคม มารศาสนา เหล่านี้ได้อย่างไร ในเมื่อผู้ทำความผิดทั้งชายและหญิงพร้อมใจกันในการกระทำความผิด หากไม่มีใครเห็นแล้วนำเรื่องมาเปิดเผย คนเหล่านี้ ก็จะยังคงอาศัยวัดเป็นที่ทำความผิด เป็นที่นอน และอาศัยความใจดีของคนไปทำบุญ ตักบาตร เขาพวกเขามีเงินใช้นำมาซื้อยาเสพติดได้อีกด้วย 

          ดังนั้นถ้าต้องการให้สังคมไทย น่าอยู่พวกเราทุกคนต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ว่ามีใครที่ทำตัวน่าสงสัยหรือไม่ มีใครที่เหมือนจะทำตัวเป็นมารศาสนา อาศัยความศรัทธาของชาวบ้านมาทำความผิดหรือไม่ ถ้าหากพบเห็นคนทำความผิดแล้วปล่อยไปเฉยๆประเทศชาติและศาสนาพุทธ คงตกต่ำเข้าสักวัน ถ้าหากอยากให้สังคมไทยของเราปลอดยาเสพติด หากมีเบาะแสควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ อย่าปล่อยให้ผู้กระทำผิดทำความผิดต่อไป

อย่าคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเรา เราไม่ควรยุ่ง ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาร้ายแรงของชาติ พวกเราต้องช่วยกันให้ยาเสพติดหมดไปจากประเทศของเรา เพื่อลุกหลานเราในอนาคต