City Hall ย่านฝ่ายปกครองพลเรือน

 

หากถามว่าย่านไหนที่ยังคงกลิ่นอายจักวรรดินิยมของเมืองอาณานิคมอยู่บ้าง คำตอบคงเป็นย่าน ซิตี้ฮอลล์และย่านฝ่ายปกครองพลเรือน แห่งนี้อาคารแบบวิกตอเรีย สถานที่ราชการสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษ และสวนสาธารณะเขียวขจีทำให้เป็นย่านคลาสสิกที่สุดของเมือง

ยามบ่ายแก่ๆ เมื่อพระอาทิตย์อ่อนกำลังลง ฉันมักแวะไปนั่งเล่นริมแม่น้ำสิงคโปร์ ชื่นชมความสงบท่ามกลางโลกเก่าและใหม่ที่ร่ายล้อม ย่านนี้มีขนาดกะทัดรัด เพียงสองถึงสามชั่วโมง คุณก็จะรู้จักได้ครบถ้วนหากเท้าทั้งสองยังคงมีกำลัง อาจเดินไปสำรวจต่อได้ที่มาริน่าเบย์ Marina Bay และคลาร์กคีย์ Clarke Quay สองย่านที่ประกบหัวและท้ายของซิตี้ฮอลล์

ANDERW’S CATHEDRAL โบสถ์สีขาวสะอาดสะอ้าน สถาปัตยกรรมนีโอกอทิกปห่งนี้คือศูนย์รวมจิตใจ ใหญ่ที่สุดของคริสต์ศาสนิกชนในสิงคโปร์ ตามประวัติเล่าว่า โบสถ์ถูกสร้างขึ้นใหม่ถึงสามครั้งกว่าจะเป็น St. Andrew’s Cathedral ดังเช่นปัจจุบัน กระจกสีสามบานบริเวณแท่นบูชาเอกเป็นตัวแทนของผู้สร้างสิงคโปร์ยุคใหม่ ได้แก่ เซอร์สแตมฟอร์ด แรฟเฟิลส์ และผู้ว่าการรัฐอีกสองท่าน แม้เราจะนับถือต่างศาสนากัน แต่ความขาวสะอาดของโบสถ์ก็ทำให้ประทับใจได้ไม่น้อย

WAR MEMORIAL PARK สวนสาธารณะเขียวขอุ่มแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Civilian War Memorial อนุสาวรีย์ที่รำลึกถึงความสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บของพลเรือนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยทรงสูงของแท่งคอนกรีต ชาวสิงคโปร์จึงขนานนามอนุสาวรีย์นี้ว่า The Chopsticks หรืออนุสาวรีย์ตะเกียบนั่นเอง เสาสีขาวทั้งสี่ต้นสื่อความหมายถึงสัญชาติของชาวสิงคโปร์ ปัจจุบันเป็นสวนสำหรับหย่อนใจของผู้อยู่อาศัยและเดินผ่านไปมาในละแวกใกล้เคียง

NATIONAL GALLERY SINGAPORE ภายในปี ค.ศ. 2015 เราน่าจะได้เห็นพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งที่โลกต้องบันทึกไว้ ด้วยพื้นที่ของสองอาคารใหญ่ The Old Supreme Court และ City Hall จะทำให้ National Gallery Singapore แห่งนี้รั้งตำแหน่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย ในวันนี้เราเห็นเพียงผ้าคลุมและนั่งร้านก่อสร้าง ที่ทางการกำลังเร่งปรับปรุงรอวันเผยให้โลกได้เห็นพิพธภัณฑ์การแสดงศิลปะวิชวลอาร์ตที่น่าตื่นเต้นอีกแห่งของโลกนี้ ถือเป็นแหล่งความรู้อันสูงด้านศิลปะ