ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการของรัฐ  ช่วยโอกาสปรับราคาแพงขึ้นทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องออกมาเตือนเพราะมีความผิด

         ในทุกวันนี้ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีมากนักทำให้ประชาชนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจึงจำเป็นที่รัฐบาลที่จะต้องออกมาช่วยเหลือประชาชนด้วยการออกโครงการต่างๆให้ประชาชนนั้นสามารถเข้าร่วมโครงการ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการของรัฐ และมีส่วนลดในการซื้อสินค้าในราคาถูกลง 

           โดยก่อนหน้านี้โครงการของรัฐบาลนั้นมีหลายโครงการมากไม่ว่าจะเป็นโครงการร้านธงฟ้าซึ่งจะนำสินค้าของชาวเกษตรกรทั้งหลายมาขายให้กับลูกค้าในราคาประหยัดที่ถูกกว่าในราคาปกติทั่วไปรวมถึงหลังจากที่มีการระบาดของไวรัสโควิคเข้ามารัฐบาลก็ได้มีการตั้งโครงการต่างๆไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งซึ่งรัฐบาลจะช่วยเหลือในการออกค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้ากับทางร้านที่ร่วมรายการกับรัฐบาล

      ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการของรัฐ โดยรัฐบาลจะจ่ายให้ครึ่งนึงนั่นก็คือ 150 บาทต่อวันโดยมีวงเงินให้ประชาชนที่ร่วมโครงการนั้น 3,000 บาทและโครงการล่าสุดที่มีลักษณะคล้ายกับโครงการคนละครึ่งนั่นก็คือโครงการเอาชนะซึ่งเป็นการนำเงินมาให้กับผู้ที่ร่วมโครงการได้นำไปซื้อสินค้ามาไว้ใช้กินใช้อยู่ 

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่ร้านค้าต่างๆได้เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นคนละครึ่งหรือโครงการเราชนะหรือแม้แต่ร้านธงฟ้าก็ตามแต่ภายหลังนั้นร้านค้าต่างๆมีการฉวยโอกาสมีการปรับเพิ่มราคาสินค้าของตนเองขึ้นโดยระบุเกี่ยวกับเรื่องของการชำระเงินผ่านทางโครงการต่างๆด้วยแอพเป๋าตุงจะต้องมีค่าธรรมเนียมในการจ่ายเงินผ่านทางแอพพลิเคชั่นนี้บางร้านก็ 20 บาทหรือบางร้านก็ 50 บาท

           รวมถึงราคาสินค้าที่เคยขายในราคาถุงละ 50 บาทก็ปรับเพิ่มราคาเป็น 55 บาทหรือ 60 บาทโดยมีประชาชนเป็นจำนวนมากที่ได้มีการเข้ามาร้องเรียนกับกระทรวงพาณิชย์ถึงการฉวยโอกาสของร้านค้าในครั้งนี้ทำให้ทางด้านกระทรวงพาณิชย์เองจำเป็นที่จะต้องออกมาเตือนร้านค้าต่างๆที่เข้าร่วมโครงการเกี่ยวกับเรื่องของการใช้โอกาสเพิ่มราคาสินค้าโดยที่ไม่มีการได้รับอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ซึ่งถ้าหากร้านค้าร้านไหนที่ร่วมโครงการกับรัฐบาล และเอาเปรียบผู้บริโภค ขึ้นราคาสินค้าให้แพงขึ้น จะมีความผิดทางกฎหมาย

        ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้มีการประกาศเอาไว้แล้วโดยความผิดนั้นจะมีทั้งในเรื่องของการจับกุมติดคุกและมีการเสียค่าปรับโดยติดคุกนานสูงสุดได้ไม่เกิน 7 ปีในขณะที่เสียค่าปรับนั้นก็เป็นเงิน  1.4 แสน บาทเลยทีเดียว  ทั้งนี้ทางด้านกระทรวงพาณิชย์จำเป็นต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น

           โดยให้เจ้าหน้าที่ของทางด้านกระทรวงพาณิชย์นั้นลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าต่างๆที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลเพื่อป้องกันปัญหาการค้าปรับราคาสูงขึ้นและเป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาชนนั่นเองแล้วถ้าหากประชาชนคนไหนเห็นร้านค้ามีการเพิ่มราคาหรือถูกเอารัดเอาเปรียบก็สามารถโทรไปแจ้งที่ทำการกระทรวงพาณิชย์ได้ซึ่งจะมีการให้เจ้าหน้าที่ลงมาทำการตรวจสอบและถ้าหากพบว่ามีความผิดจริงก็จะถูกห้ามไม่ให้เข้าร่วมโครงการอีกต่อไปรวมถึงจะต้องมีการปรับและตับติดคุกนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  gclub